เศรษฐกิจ | cnxnews ข่าวเชียงใหม่รายวัน ทันทุกสถานการณ์ - Part 20

Category : เศรษฐกิจ

ผลักดันเชียงใหม่ให้เป็น MICE Destination นครแห่งชีวิตและความมั่นคง

ผลักดันเชียงใหม่ให้เป็น MICE Destination นครแห่งชีวิตและความมั่นคง   สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิเทศการ (องค์การมหาชน)หรือทีเส็บ พร้อมด้วย 8 หน่วยงานองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ เชียงใหม่เมืองสร้างสรรค์ หรือChiangMaiCreativeCityและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในนามผู้แทนมหาวิทยาลัยภาคเหนือ 8 แห่ง ได้ร่วมประกาศเจตนารมณ์เพื่อร่วมมือวางแผนกรอบแผนแม่บทการทำงานเพื่อพัฒนาและผลักดันเชียงใหม่ให้เป็น MICE Destination นครแห่งชีวิตและความมั่นคงและนครที่เป็นที่สุดแห่งความสง่างามทางวัฒนธรรม อีกทั้งเพื่อผลักดันให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางธุรกิจ MICE ของประเทศและภูมิภาคอาเซียนในระยะเวลา 5 ปี เมื่อวันที่ 15 ม.ค 2556 เวลา 14.00 น. ณ ห้องเชียงรุ้ง โรงแรมรติลานนา  นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ นายณรงค์ ตนานุวัฒน์ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และนายธงชัย ศรีดามากรรมการปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการ สสปน. ร่วมแถลงข่าวการประกาศเจตนารมณ์ร่วมการดำเนินยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์จังหวัดเชียงใหม่ ประธานกิตติมศักดิ์หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางที่สำคัญในภาคเหนือและยังสามารถเชื่อมไปยังประเทศเพื่อบ้านที่มีศักยภาพ แม้ว่าจังหวัดเชียงใหม่จะเป็นเมืองที่มีศักยภาพในเชิงเศรษฐกิจ แต่คนส่วนรู้จักเชียงใหม่ในฐานะแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม จึงทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดขึ้นกับฤดูท่องเที่ยวเป็นหลัก และขาดการส่งเสริมธุรกิจในภาพรวม ซึ่งการกำหนดแผนแม่บทและวางยุทธศาสตร์ให้เชียงใหม่เป็นจุดหมายปลายทางของการจัดงานไมซ์จะช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนาในทุกด้านรวมทั้งสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ตลอดทั้งปี ซึ่งการพัฒนาความร่วมมือระดับภูมิภาคไม่ว่าจะเป็นในกรอบของอาเซียน หรือ AEC โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงหรือกรอบความร่วมมือทางวิชาการและเศรษฐกิจระหว่าง 7 ประเทศในอ่าวเบงกอลจะทำให้ความต้องการด้านการจัดประชุมและนิทรรศการเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันการจัดประชุมและนิทรรศการจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการต่อยอดธุรกิจ สร้างโอกาสในเชิงเศรษฐกิจและความร่วมมือในด้านต่างๆ เชียงใหม่ในฐานที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคและมีศักยภาพ จำเป็นต้องมีการพัฒนาเพื่อรองรับโอกาสเหล่านี้ สำหรับศักยภาพด้านสาธารณูปโภคของจังหวัดเชียงใหม่ในการผลักดันให้ก้าวสู่การเป็นนครแห่งไมซ์คือการมีจำนวนโรงแรมและห้องพักภายในจังหวัดเชียงใหม่รวมกว่า 33,000 ห้อง [&hellip

แถลงข่าว เปิดตัว Application ‘Trip Northern’

แถลงข่าว เปิดตัว Application ‘Trip Northern’    เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2556 เวลาประมาณ 14.00 น. นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยตัวแทนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ร่วมแถลงข่าวเปิดตัว Application “Trip Northern” ที่ร้านไลบราริสต้า คาเฟ่ นิมานเหมิน ซอย 5 โดย Application “Trip Northern” จะช่วยนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยว 4 จังหวัดภาคเหนือ สถานที่ท่องเที่ยว ทั้งทางธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนะธรรม ที่พัก-ร้านอาหาร รวมถึงสถานที่ราชการที่สามารถอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว ซึ่งท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยว่า ภายใต้โครงการนวัตกรรมการตลาดท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ปีมหัศจรรย์ไทยแลนด์ 2555 ได้เล็งเห็นความสำคัญที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางการเดินทางที่น่าสนใจ โดยใช้เทคโนโลยี Application มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อเป็นการบูรณาการธุรกิจท่องเที่ยวให้คึกคักตลอดทั้งปี ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายที่น่าสนใจ โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 4 จังหวัดได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน ในด้านข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในแต่ละจังหวัด เพื่อนำข้อมูลการท่องเที่ยวมานำเสนอในรูปแบบสื่ออินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเอื้อต่อระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวภาคเหนืออีกด้วย และใน Application “Trip Northern” ยังได้มีการอัพเดทข้อมูลกิจกรรมในแต่ละจังหวัด [&hellip

ขึ้นค่าแรง 300 ผึ้งน้อยกระทบแน่!!! วอนรัฐชดเชยส่วนต่าง

ขึ้นค่าแรง 300 ผึ้งน้อยกระทบแน่!!!  วอนรัฐชดเชยส่วนต่าง   เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 9 ม.ค.2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอัจฉรา แก้วกำชัยเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน และนายวีรศักดิ์ ลดาคม ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้ทำการลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมสถานประกอบกิจการในจังหวัดเชียงใหม่ตามมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี พ.ศ.2556 มาตรการที่ 13 การจัดคลินิกพัฒนาฝีมือแรงงานเคลื่อนที่ ไปยังสถานศึกษาและสถานประกอบกิจการ ณ บริษัท ผึ้งน้อยเบเกอรี่ จำกัด โดยมี นางรัตนา ปาละพงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ผึ้งน้อยเบเกอรี่ จำกัด เป็นผู้ให้การต้อนรับ โดยเมื่อคณะผู้ตรวจราชการมายังพื้นที่ของบริษัทผึ้งน้อย จำกัด ทางผู้จัดการพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ได้มีการจัดห้องเพื่อทำการสัมมนาถกปัญหาและรับฟังความคิดเห็น และทำการพูดคุยกับทุกฝ่ายเพื่อศึกษาผลกระทบจากนโยบายขึ้นราคาค่าแรงงานขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ของรัฐบาล ซึ่งงบริษัทผึ้งน้อยเบเกอรี่ จำกัดเป็นหนึ่งในสถานประกอบกิจการที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดเชียงใหม่ได้เข้าไปดำเนินโครงการยกระดับศักยภาพแรงงานในสถานประกอบกิจการ โดยการฝึกอบรมพัฒนาทักษะฝีมือ และปลูกฝังคุณลักษณะ ทัศนคติที่ดีในการทำงานเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการทำงานของลูกจ้างให้ตรงตามที่สถานประกอบกิจการต้องรองรับรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยนางรัตนา ปาละพงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ผึ้งน้อยเบเกอรี่ จำกัด กล่าวว่า สำหรับนโยบายขึ้นราคาค่าแรงงานขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ที่ทางรัฐบาลได้มีมาตรการบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมานั้นทาง บริษัทได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน โดยคาดว่า 3 ปีนับจากนี้อาจจะขาดทุน แต่ระยะต่อไปก็จะเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ [&hellip

จ่อขึ้นค่าเบี้ยประกัน ‘รถคันแรก’ 10%

จ่อขึ้นค่าเบี้ยประกัน’รถคันแรก’10%   สมาคมวินาศภัยเตรียมเสนอ คปภ.ปรับอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ อ้างรถคันแรกทะลักอัตราเสี่ยงในการจ่ายค่าเสียหายสูง แต่เบี้ยประกันต่ำ ชี้ต้องปรับขึ้นอีก 10%                           7 ม.ค. 56  นายจีระพันธุ์ อัศวะธนกุล นายกสมาคมวินาศภัย กล่าวว่า สมาคมได้หารือกัน เพื่อเตรียมเสนอสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ขอให้พิจารณาปรับอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ให้สอดคล้องกับอัตราค่าสินไหม ที่เกิดจากการซ่อมแซม และจ่ายค่าอะไหล่ของรถยนต์ในแต่ละประเภท แทนการกำหนดอัตราเบี้ยตามราคารถ โดยเฉพาะในส่วนของรถคันแรก ทั้งนี้ ในส่วนของรถคันแรกถูกกำหนดให้ผูกพันตามทุนประกันและราคารถ จึงทำให้เบี้ยประกันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10,000-15,000 บาทต่อคัน ขณะที่รถรุ่นที่มีเครื่องยนต์สูงกว่า 1,500 ซีซี จะเฉลี่ยเบี้ยประกัน 20,000 บาทขึ้นไปต่อคัน แต่ในส่วนของอัตราส่วนค่าเสียหาย หรือ lose ratio ที่บริษัทประกันจะต้องจ่ายค่าสินไหมเพื่อซ่อมแซมรถยนต์นั้น รถคันแรกอยู่ในอัตรา 70% สูงกว่ารถทั่วไปที่มีอัตรา 60% ทำให้ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทประกันภัย นายจีระพันธุ์ กล่าวด้วยว่า แนวทางดังกล่าวสมาคมได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาในต่างประเทศให้ดำเนินการศึกษา และพบว่าน่าจะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ โดยหากมีการปรับปรุงอัตราเบี้ยประกันตามแนวทางที่สมาคมเสนอ ก็คาดว่าเบี้ยประกันของรถประเภทซิตี้คาร์ หรือรถคันแรก จะปรับเพิ่มประมาณ 10% ซึ่งจะทำให้เบี้ยประกันที่เคยจ่ายอยู่ 13,000 บาท ขึ้นมาเป็น 15,000 บาท ก็ถือว่าไม่มากนัก “ยอมรับว่าขั้นตอนในการเสนอและกระบวนการในการตัดสินใจคงต้องใช้เวลา คงไม่ทันกับการส่งมอบรถคันแรกในช่วงแรกของปีนี้ แต่เชื่อว่าหากได้รับการพิจารณาให้ปรับขึ้นก็คงมีผลในการต่อประกันภัยในปีถัดไป” นายจีระพันธุ์ กล่าวและว่า แนวโน้มของธุรกิจประกันภัยในปี 2556 ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากปี 2555 [&hellip

“กิตติรัตน์“ เชื่อค่าแรง 300 ทำเศรษฐกิจปีนี้พุ่ง

“กิตติรัตน์“ เชื่อค่าแรง 300 ทำเศรษฐกิจปีนี้พุ่ง   นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุถึงภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2556 ในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนโดยเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจไทย จะขยายตัวต่อเนื่องจากการปรับสมดุลครั้งใหญ่ 3 กงล้อเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งกำลังซื้อในประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการปรับอัตราจ้างค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เป็นการปรับสมดุลย์ปรับปรุงประสิทธิภาพการเบิกจ่ายลงทุนของภาครัฐและภาค เอกชน/การใช้จ่ายภาครัฐ รวมถึงการลงทุนขนาดใหญ่เรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเพื่อเป็นมาตรการควบคู่ในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งในขั้นตอนที่จะลงทุนในอนาคตจะต้องผ่านการพิจารณาของสภาพัฒนาเศรศฐกิจ คาดว่าจะลงทุนไม่เกิน 2 ล้านล้านบาท ในระยะเวลาไม่เกิน 7 ปี ด้าน นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุถึงผลกระทบจากการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2556 เกี่ยวกับการออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากค่าจ้าง 300 บาท ว่าจะเสนอมาตรการใหม่ 5 มาตรการที่ภาคเอกชนเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาในวันที่ 8 ม.ค.นี้ ทั้งนี้ มาตรการใหม่ 5 มาตรการที่ภาคเอกชนเสนอ อาทิ การเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน การลดต้นทุนผู้ประกอบการ โดยผ่านกระบวนการทางภาษีและเงินสมทบ การเพิ่มผลิตภาพแรงงาน เพิ่มรายได้ผู้ประกอบการ โดยการทบทวนค่าใช้จ่ายของภาครัฐ และการกระตุ้นการส่งเสริมการขายโดยผ่านการบริโภค ขณะที่ปัญหาที่หลายฝ่ายกังวลว่า นโยบายค่าจ้าง 300 บาท ที่ปรับขึ้นตั้งแต่ 1 ม.ค. 56 จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการให้ต้องปิดกิจการนั้น จริงๆแล้ว พบว่ามีผู้ประกอบการเพียง 2-3 [&hellip

เคเอสเค ประกันภัย รุกต่อเนื่องนำเสนอ 3 ผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่

เคเอสเค ประกันภัย รุกต่อเนื่องโรดโชว์ภาคเหนือ ชูภาพลักษณ์ใหม่ พร้อมนำเสนอ 3 ผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่   บริษัท เคเอสเค ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่ต่อเนื่องด้วยการจัดโรดโชว์ใน 4 จังหวัดหลักทั่วทุกภูมิภาค ล่าสุดเปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่กับตัวแทนและนายหน้าในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดในภาคเหนือ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ถึง 3 แบบ  โดย บริษัท เคเอสเค ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด เดิมเป็นที่รู้จักในนามบริษัทคูเนีย ประกันภัย ประเทศไทย จำกัด) เป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท เคเอสเค เบอร์ฮาด (KSK Group Berhad) ประเทศมาเลเซีย  ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อและเปิดตัวภาพลักษณ์ใหม่ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา   นางสาว โจแอน กัว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท เคเอสเค เบอร์ฮาด ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า “เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาเราได้เปิดตัวตราสัญลักษณ์ใหม่ของบริษัทฯ พร้อมนำเสนอหลักการทำงานของ เคเอสเคทั้ง 5 ประการ ได้แก่ ความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า ความไว้วางใจการทำงานเป็นทีม การสรรสร้างนวัตกรรม และวิสัยทัศน์ของผู้ลงทุนในธุรกิจ ด้านนายยูจีน ฟง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท เคเอสเค ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “หลังจากที่บริษัทฯ ได้เปิดตัวนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายในประเทศมาเลเซีย บริษัทฯ [&hellip

ปิดยอดจองรถคันแรกปี 55 เชียงใหม่ ครองแชมป์มากสุดในภาคเหนือ

ปิดยอดจองรถคันแรกปี 55 เชียงใหม่ ครองแชมป์มากสุดในภาคเหนือ   ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 3 ม.ค.56 ยอดการขอใช้สิทธิ์รถยนต์คันแรก ในพื้นที่ภาคเหนือว่า มียอดขอใชสิทธิ์กว่า 109,711 คัน ยอดขอเงินคืนกว่า 7,856 ล้านบาท โดยจังหวัดเชียงใหม่มีผู้ขอใช้สิทธิ์มากที่สุด จำนวน39,768 คัน ยอดขอเงินคืน3,013 ล้านบาท แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 27,776 คัน ยอดขอเงินคืน 2,459 ล้านบาท รถยนต์กระบะ 6,478 คัน ยอดขอเงินคืน 106ล้านบาท รถยนต์นั่งที่มีกะบะ 5,494 คัน ยอดขอเงินคืน 446 ล้านบาท โดยการยื่นขอใช้สิทธิ์ของประชาชนถือว่าหมดเขตแล้วตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สำนักงานสรรพสามิตในพื้นที่ยังสามารถรอการยื่นเอกสาร การใช้สิทธิ์ของประชาชนไปจนถึงวันที่ 15 มกราคมนี้ เนื่องจากในช่วงของการยื่นขอใช้สิทธิ์ทางอินเตอร์เน็ตพบว่าผู้ใช้สิทธิ์ส่งเอกสารไม่ครบจึงได้มีการขยายเวลาในการยื่นเอกสาร แหล่ง ข่าวจากบริษัทไฟแนนซ์แห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึง ยอดการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ในปี 2555 ว่า เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายที่ทางสถาบันการเงินตั้งไว้ โดยได้มีการตั้งเป้าตลอดทั้งปี จะต้องมีการปล่อยสินเชื่ออยู่ที่ 11,000 คัน แต่ในปีที่ผ่านมามียอดการปล่อยสินเชื่ออยู่ที่ 13,000 คัน ซึ่งเกิดจากนโยบายในกระตุ้นในการขอใช้สิทธิ์รถคันแรกของประชาชน ที่อยู่ในวัยจบการศึกษาใหม่และวัยทำงานที่ต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองโดยมีผู้ปกครองเป็นผู้ค้ำประกันให้ ส่วนประเภทรถที่มีการขอสิน เชื่อมากที่สุดพบว่าส่วนใหญ่เป็นรถยนต์นั่ง 70% แยกเป็นยี่ห้อ พบว่า นิสสัน [&hellip

ค่าไฟเพิ่มรับปีใหม่! กกพ.ขึ้นค่าเอฟทีงวด ม.ค.-เม.ย.56 อีก 4.04 สต./หน่วย

ค่าไฟเพิ่มรับปีใหม่! กกพ.ขึ้นค่าเอฟทีงวด ม.ค.-เม.ย.56 อีก 4.04 สต./หน่วย   เมื่อวานนี้  (02 ม.ค. 56) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบให้ประกาศค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (Ft) งวดใหม่ประจำเดือน ม.ค.-เม.ย.56 ขึ้นอีก 4.04 สตางค์ต่อหน่วย ซึ่งเมื่อรวมกับค่า Ft เดิมแล้ว ทำให้ค่า Ft ใหม่เท่ากับ 52.04 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของประชาชนเมื่อรวมกับค่าไฟฟ้าฐานจะปรับเพิ่มขึ้นจาก 3.72 บาทต่อหน่วย มาเป็น  3.76 บาทต่อหน่วย นายดิเรก ลาวัณย์ศิริ ประธาน กกพ. ระบุว่า ค่าเอฟทีงวดนี้จะต้องปรับขึ้นกว่า 13 สตางค์ต่อหน่วย แต่ได้นำมาเกลี่ยเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน โดยคิดจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น รวมไปกับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งภาระที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือ กฟผ.แบกรับภาระไปก่อนหน้านี้ตั้งแต่การลดค่าไฟฟ้าช่วงน้ำท่วมเมื่อปลายปี 54 จนถึงต้นปี 55 โดยช่วงนั้น กฟผ.แบกรับภาระกว่า 10,000 ล้านบาท และทาง กกพ.พิจารณาเกลี่ยต้นทุนเพื่อลดภาระดังกล่าวคืนแก่ กฟผ.จนทำให้เหลือภาระที่ต้องแบกรับไว้เพียง 5,131 ล้านบาท และจะมีการเกลี่ยคืนอย่างต่อเนื่องโดยงวดหน้าเหลืออีกประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท เชื่อว่าสิ้นปีนี้ กฟผ.จะได้รับเงินชำระจนครบ ซึ่งคาดว่าค่าไฟฟ้างวดต่อไปยังปรับเพิ่มขึ้นอีก นายดิเรก กล่าวว่า หลังจากนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะนำรายละเอียดที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเผยแพร่ผ่าน www.erc.or.th [&hellip

กสทช. ตั้งอนุกรรมการ เตรียมพร้อมประมูล 4G แล้ว

กสทช. ตั้งอนุกรรมการ เตรียมพร้อมประมูล 4G แล้ว   หลัง คลื่นความถี่ 1800 MHz ครบกำหนดสัมปทาน ต้องคืนให้ กสทช. ในเดือน ก.ย. นี้ วานนี้ (1 ม.ค.) พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยข้อมูลถึงความเป็นไปได้ในการเปิดให้บริการ 4G ในประเทศไทยว่า ขณะนี้ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดประมูล 4G แล้ว หลังจากในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2556 คลื่นความถี่ 1800 MHz จะครบกำหนดสัญญาสัมปทาน ดังนั้นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จะต้องคืนคลื่นความถี่ให้กับ กสทช. ทั้งนี้การจัดตั้งอนุกรรมการขึ้นมาดังกล่าวก็เพื่อศึกษาแนวทางความเป็นไปได้ ในการพัฒนาการสื่อสารขับระบบ 3G เป็น 4G ให้แข่งขันทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันก็เป็นการควบคุมการบริการของเอกชนให้เป็นไปอย่างมีคุณภาพ ตามข้อกำหนดของ กสทช. เพื่อประโยชน์ทั้งหมดจะอยู่ที่กับคนไทยทั้งประเทศมากที่สุด   ขอบคุณภาพและข่าว จาก MThai News สำนักข่าว cnx news เจาะข่าว ตรงใจคุณ รายงาน

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1เดินหน้าแผนแม่บท cosmetic
กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1เดินหน้าแผนแม่บท cosmetic

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1เดินหน้าแผนแม่บท cosmetic  หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ จัดงานสัมมนา เรื่อง “วิพากษ์แผนแม่บท cosmetic กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1” ณ ห้องพิณทอง ชั้น 1   โรงแรมเชียงใหม่ แกรนด์วิว โดยนายณรงค์ คองประเสริฐประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่กล่าวเปิดงาน การจัดทำแผนแม่บท Cosmetic ของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 มีการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ มาตรการดำเนินงาน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของเครือข่าย Cosmetic ของกลุ่มจังหวัดฯ ซึ่งหมายถึงอุตสาหกรรมทางด้านต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ และเน้นการศึกษา คัดสรร เกษตรอินทรีย์ที่มีความเหมาะสม ที่สามารถทำการตลาดได้ ไม่น้อยกว่า 3 ชนิด ซึ่งเป็นเป้าหมายของโครงการ พร้อมทั้งเสนอกระบวนการที่จะขับเคลื่อนโครงการ Cosmetic ที่จะไปสู่ความสำเร็จภายใน 5 ปี ประกอบด้วยการศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มด้านการตลาด ทรัพยากรด้านสมุนไพรที่มีอยู่ในภาคเหนือ ความสามารถ ณ ปัจจุบัน และ ศักยภาพในการผลิต ตลอดจนขีดความสามารถในการพัฒนาบุคลากร และการส่งเสริมความเข้มแข็งด้านนวัตกรรมของสินค้าด้าน cosmetic ด้วยงานวิจัยระดับโลกก มหาวิทยาลัยชั้นนำในภาคเหนือตอนบน 1 เช่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นต้น จากการดำเนินงานที่ผ่านมา มีการจัดประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อรวบรวมข้อมูล รายละเอียดเชิงลึกและสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งในส่วนของต้นน้ำ [&hellip

Page 20 of 25« First...10...1819202122...Last »