เศรษฐกิจ | cnxnews ข่าวเชียงใหม่รายวัน ทันทุกสถานการณ์

Category : เศรษฐกิจ

เที่ยวไทยครึ่งปีคึกคักยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุ 19 ล้านคน

เที่ยวไทยครึ่งปีคึกคักยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุ 19 ล้านคน ด้านผู้จัดงานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 เผยผู้ประกอบการท่องเทียว โรงแรม ร้านอาหารแห่เข้างานล้น ส่งผลมูลค่าการค้า-เจรจาธุรกิจแตะ 5,000 ล้านบาท           ภาครัฐ-ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวปลื้มยอดต่างชาติเข้าไทยครึ่งปีแรกสูงทะลุ 19 ล้านคน คาดเป็นไปตามเป้า 30 ล้านคนแน่ ด้าน ยูบีเอ็ม บีอีเอส ผู้จัดงานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ 2018 เผยผลดีจากการท่องเที่ยวเติบโตส่งผลให้การจัดงานขยายตัวเพิ่ม 20% รับผู้ประกอบการและผู้สนใจในธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการจากไทยและอาเซียนเข้าร่วมชมงานกว่า 30,000 คน คาดเงินสะพัดจากการค้าและการเจรจาธุรกิจกว่า 5,000 ล้านบาท           นายอภิชาติ จีระพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยว่า ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและเป็นที่น่ายินดีว่าตั้งแต่ในช่วงครึ่งปีแรกมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามายังประเทศไทยแล้วถึง 19.44 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีผ่านมา จากเป้าหมายตลอดทั้งปีที่คาดว่าจะถึง 30 ล้านคน โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนยังเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูงสุดประมาณ 26% หรือ ประมาณ 5.9 ล้านคน ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวถือเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศเพราะในปีที่ผ่านมา (2560) รายได้จากการท่องเที่ยวมีสัดส่วนถึง 20% ของ จีดีพี (GDP) หรือประมาณ 2.76 ล้านล้านบาท ทั้งนี้เกิดขึ้นจากนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวที่กระทรวงฯ ได้วางไว้ทั้งการท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรอง             นอกจากนโยบายของภาครัฐจะเป็นสิ่งสำคัญแล้ว ต้องยอมรับว่าภาคเอกชนของไทยที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีศักยภาพสูงและเป็นอีกจุดแข็งสำคัญที่สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว นำมาซึ่งชื่อเสียงและการยอมรับจนวันนี้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สิ่งที่ต้องมีการพัฒนาต่อไปคือ การเสริมสร้างศักยภาพและการพัฒนาทั้งการดำเนินธุรกิจ การบริการ การสร้างจุดขายใหม่ตลอดเวลาเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กลับมาใช้บริการ โดยงานฟู้ดแอนด์โฮเทล ไทยแลนด์ นับเป็นงานใหญ่ที่สำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งของไทยและอาเซียน [&hellip

สสว.แถลงความสำเร็จการดำเนินโครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด

สสว.แถลงความสำเร็จการดำเนินโครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด   สสว. แถลงความสำเร็จการดำเนินโครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด พร้อมเปิดตัว  34Provincial Champions 2018 ภาคเหนือ ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมงาน SME Provincial champions Fair โดยคาดว่าจะเพิ่มรายได้ให้กับ SME ที่เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2561 เวลา 10.00 น. นายสนิท เดชมี ผู้จัดการศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจรจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นประธานจัดการประชุมเผยแพร่ผลการดำเนินงานในโครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial champions) ในการก้าวสู่Thailand 4.0 ขึ้น ประจำปี 2561 ครั้งที่ 1 พื้นที่ภาคเหนือ ที่ ห้องอิมพีเรียลฮอลล์ 1 โรงแรมอิมพีเรียล แม่ปิง จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานโครงการฯ ซึ่งได้คัดเลือกผู้ประกอบการ SME ที่มีศักยภาพในการเจริญเติบโตจำนวน 462 ราย (จังหวัดละ 6 ราย) จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ ส่วนในภาคเหนือ 17 จังหวัด ผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 34 ราย ถือเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์และบริการที่โดดเด่น สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของภาคเหนือ นำมาเข้าสู่กระบวนการพัฒนาศักยภาพให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับจังหวัด และสามารถถ่ายทอดการจัดการองค์ความรู้ธุรกิจไปสู่ SME ในระดับภูมิภาค รวมทั้งการสร้างระบบบูรณาการส่งเสริม SME ในทุกภาคส่วนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยคาดว่าผลการดำเนินโครงการจะเพิ่มรายได้ให้กับ SME ที่เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท สำหรับ โครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด (SME Provincial Champions) จัดขึ้นตั้งแต่ปี [&hellip

กระทรวงพาณิชย์ประชุมหารือมาตรการและวางแผนรองรับผลผลิตลำไยภาคเหนือ 

กระทรวงพาณิชย์ประชุมหารือมาตรการและวางแผนรองรับผลผลิตลำไยภาคเหนือ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2561 เวลา 15.30 น. นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดการประชุมหารือมาตรการและวางแผนรองรับผลผลิตลำไย ภาคเหนือ ปี 2561 โดยมี นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าจังหวัดเชียงใหม่ คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ พาณิชย์จังหวัดจาก 34 จังหวัดทั่วประเทศ ผู้ประกอบการ ผู้แทนหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมประชุมและหารือการบูรณาการวางแผนเตรียมการตลาด รองรับผลผลิตลำไยที่จะออกสู่ตลาดในฤดูการผลิตนี้ ที่ โรงแรมคุ้มภูคำ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่สำหรับสถานการณ์การบริหารจัดการผลผลิตลําไยในฤดู ปี 2561 ของจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผลผลิตในฤดูกาล จํานวน 137,219 ตัน ความต้องการบริโภคผลไม้สดปริมาณ 43,915 ตัน (32%) แบ่งเป็น ตลาดในประเทศ 12,350 ตัน และตลาดส่งออก 31,565 ตัน ในขณะเดียวกันตลาดจะมีความต้องการแปรรูป ปริมาณ 93.304 ตัน (68%) แบ่งเป็น โรงงานกระป๋อง 15,089 ตัน และแปรรูปอบแห้ง 78,215 ตัน โดยที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ได้วางแผนด้านการตลาดผลผลิตลำไยซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักในพื้นที่ ทั้งรูปแบบการขายสดและแปรรูป ไม่ว่าจะเป็นการกระจายผลผลิตภายในและการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันทีมงานกระทรวงพาณิชย์ ได้มีการนำนโยบายการตลาดเป็นตัวนำการผลิต (Demand Driven) เข้ามาเป็นแนวทางในการทำงาน [&hellip

สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารฯ แนะผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารใช้วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีเพิ่มมูลค่า

สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารฯ แนะผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารใช้วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีเพิ่มมูลค่า ล่าสุดเชิญนักวิชาการระดับโลกให้ความรู้งานประชุมและนิทรรศการด้านนวัตกรรมอาหารแห่งเอเชีย 2018 ในงานโพรแพ็ค เอเชีย 2018   สมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางอาหารแห่งประเทศไทย แนะผู้ประกอบการปรับตัวใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพัฒนายกระดับคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหาร ด้านสมาคมฯ เผยพร้อมเป็นศูนย์กลางทางวิชาการแลกเปลี่ยนความรู้ของทั้งนักวิชาการและผู้ประกอบตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ล่าสุดเชิญนักวิชาการระดับโลกร่วมให้ความรู้ การประชุมด้านนวัตกรรมอาหารแห่งเอเชีย 2018 (The Food Innovation Asia Conference 2018) ในงานโพรแพ็ค เอเชีย 2018 แลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อ “”อาหารสร้างสรรค์สำหรับอนาคต และ ความยั่งยืน (Creative Food for Future and Sustainability)” ผศ.ดร.อาณดี นิติธรรมยง นายกสมาคมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหารแห่งประเทศไทย (FoSTAT) กล่าวถึงแนวโน้มและทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารของไทยว่า ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวนำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาใช้ในการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในด้านคุณภาพ มูลค่า และมาตรฐานให้มากขึ้น เพื่อให้ผลิตภัณฑ์อาหารของไทยได้รับการยอมรับและเป็นไปตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศ โดยสมาคมฯ มีหน้าที่หลักในการเป็นศูนย์กลางทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และให้คำแนะนำแก่ทั้งนักวิชาการและผู้ประกอบการต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งด้านของการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต การจัดการประชุม อบรม สัมมนาให้ความรู้ให้แก่สมาชิกปีละกว่า 50 กิจกรรม ซึ่งการสนับสนุนความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้นเป็นไปตามนโยบายภาครัฐที่ต้องการสร้างเครือข่ายซึ่งช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ หรือ First S-Curve ในกลุ่มของอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร โดยการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีมูลค่านั้น ถือว่าไทยมีความได้เปรียบด้านความหลากหลายของทรัพยากรที่นำมาพัฒนาต่อยอด สอดคล้องกับแนวโน้มของโลกที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยในอาหาร (Food Safety) และ การกล่าวอ้างทางสุขภาพ (Health Claim) บนผลิตภัณฑ์ ดังนั้นสมาคมฯ จึงได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา [&hellip

โครงการประชุมการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟอาเซียน เดินหน้าผลักดันผลผลิตกาแฟไทยต่อเนื่อง

โครงการประชุมการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟอาเซียน เดินหน้าผลักดันผลผลิตกาแฟไทยต่อเนื่อง ล่าสุดจัดประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟไทย 2018 เพื่อใช้แข่งขันรายการ ACID 2018 Barista Royal Princess Cups ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี   ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมกาแฟไทยคึกคักหลังโครงการประชุมการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟอาเซียน ครั้งที่ 1 เดินหน้าต่อเนื่อง ล่าสุดภาครัฐร่วมและเอกชนผู้ร่วมจัดงานประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟไทย 2018 (Thailand Excellent Coffee 2018 (TEC2018)) ค้นหาสุดยอดเมล็ดกาแฟเพื่อใช้ในการแข่งขันรายการ ACID 2018 Barista Royal Princess Cups ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเป็นตัวแทนเมล็ดกาแฟไทยเดินสายโชว์ทั้งในและต่างประเทศ   นายศักดิ์ชัย ภัทรปรีชากุล ประธานบริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดงานโครงการประชุมการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟในอาเซียน ครั้งที่ 1 ร่วมกับ 11 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดเชียงใหม่ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพ  สมาพันธ์กาแฟอาเซียน สมาคมบาริสต้าไทย สมาคมกาแฟไทย สมาคมชาวสวนกาแฟไทย สมาคมกาแฟและชาไทย และ มูลนิธิชาวสวนกาแฟ ในฐานะเจ้าภาพร่วม กล่าวถึงการดำเนินงานและการจัดกิจกรรมต่อเนื่องหลังเปิดตัวโครงการฯ อย่างเป็นทางการว่า ขณะนี้คณะผู้จัดงานได้เร่งดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมในหลายๆด้าน โดยต้องการให้เกิดการตื่นตัวในการพัฒนาและร่วมมือกันของทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมกาแฟไทยตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ   โดยภาคการผลิตต้นน้ำซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟและการผลิตเมล็ดกาแฟนั้น [&hellip

เชียงใหม่ หนุน “ลองกานอยด์” ธุรกิจของคนไทยสู่ สปป.ลาว

  จังหวัดเชียงใหม่ หนุน “ลองกานอยด์” ธุรกิจของคนไทยสู่ สปป.ลาว หวังนำ สินค้าแปรรูปจากสมุนไพรไทยก้าวสู่นานาชาติ   นายกฤษณ์ ธนาวาณิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานพิธีลงนามสัญญาการค้าระหว่าง บริษัท เดอพรีม่าเอนเตอร์ไพรส์ จำกัด กับ บริษัท ล้านนาช้าง พรีเมียร์ จำกัด ( Lanexang Premier Co.,Ltd ) นำโดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.อุษณีย์ วินิตเขตคำนวณ กรรมการบริหารและที่ปรึกษาวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตครีม “ลองกานอยด์” (LONGANOID) และนายพันธจิต อินธิราช ประธาน บริษัท Lanexang Premier จำกัด (ล้านซ้าง พรีเมียร์) แห่ง สปป.ลาว โดยมีผู้ร่วมงานจากทั้งไทยและสปป.ลาว มาร่วมเป็นสักขีพยาน ที่ โรงแรมแอท พิงค์นครริเวอร์ไซด์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่     สำหรับ ครีมนวดสารสกัดเมล็ดลำไย “ลองกานอยด์” ได้รับมาตรฐานการผลิตระดับ GMP มีเภสัชกรที่มีความเชี่ยวชาญควบคุมดูแลการผลิตทุกขั้นตอน เนื่องจากเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ จึงมีความปลอดภัยสูง รวมทั้งยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพรไทยมาใช้ประโยชน์ ตลอดจน รัฐบาลได้ร่างแผนแม่บทแห่งชาติ ว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรไทย ฉบับที่ 1 พ.ศ.2560-2564 เพื่อให้การดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การจัดการด้านสมุนไพรไทยของประเทศให้มีความต่อเนื่อง เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสอดคล้องตามเจตนารมณ์ที่จะนำสินค้าสมุนไพรไทยก้าวสู่นานาชาติต่อไป

ททท. กระตุ้นการท่องเที่ยว จัดเทศกาลว่าวนานาชาติ 23 – 25 มี.ค. ณ โรงเรียนนายสิบทหารบก อ.หัวหิน

ททท. กระตุ้นการท่องเที่ยว จัดเทศกาลว่าวนานาชาติประเทศไทย  คาด 3 วัน มีนักท่องเที่ยวร่วมงานกว่า 3 หมื่นคน 23 – 25 มี.ค. ณ โรงเรียนนายสิบทหารบก อ.หัวหิน   การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระตุ้นการท่องเที่ยวจัดงานใหญ่เทศกาลว่าวนานาชาติประเทศไทย คาดมีนักท่องเที่ยวร่วมงานมากกว่า 3 หมื่นคน และมีเงินสะพัดมากกว่า 40 ล้านบาท ตลอด 3 วันของการจัดงาน พร้อมกิจกรรมมากมาย ขบวน Food Truck ในบรรยากาศสบายๆ สไตล์หัวหิน 23 – 25 มีนาคม นี้ ณ โรงเรียนนายสิบทหารบก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ (ติดกับอุทยานราชภักดิ์) นางสุจิตรา จงชาณสิทโธ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว กล่าวถึงกลยุทธ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่า “ในปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. มีวัตถุประสงค์ที่จะให้กลุ่มกระแสหลักเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ในการผลักดันการท่องเที่ยวในประเทศมากยิ่งขึ้น อันประกอบด้วย กลุ่มครอบครัว กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มวัยทำงาน กลุ่มนักเรียนนักศึกษา เนื่องจากกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความต้องการซื้อและท่องเที่ยวสูง ซึ่งงานเทศกาลว่าวนานาชาติ ประเทศไทย เป็นกิจกรรมที่มีความน่าสนใจ เหมาะสมกับการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมของกลุ่มกระแสหลัก จึงคาดว่า งานนี้จะสร้างแรงจูงใจ และเร่งการตัดสินใจท่องเที่ยวในประเทศให้กับกลุ่มเป้าหมาย” นอกจากนี้ นางสุจิตรา ยังกล่าวต่ออีกว่า ช่วงเวลาของการจัดงาน [&hellip

เชียงใหม่ยกระดับสถานประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวให้มีมาตรฐานเสริมสร้างความมั่นใจรองรับนักท่องเที่ยว AEC

เชียงใหม่ยกระดับสถานประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวให้มีมาตรฐานเสริมสร้างความมั่นใจรองรับนักท่องเที่ยว AEC   วันอังคารที่ 16 มกราคม 2561 เวลา 16.00 น. ณ ลานกิจกรรม ชั้น G ห้างสรรพสินค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ ได้มีการแถลงข่าว โดยสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินกิจกรรมการสำรวจ ประเมิน เพื่อรับรองสถานประกอบการมาตรฐานกรมการท่องเที่ยว ภายใต้โครงการสำรวจ ประเมิน เพื่อรับรองสถานประกอบการ และแหล่งท่องเที่ยว ตามมาตรฐานกรมการท่องเที่ยว ประจำปี พ.ศ. 2560 เพื่อเป็นการยกระดับสถานประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวให้มีมาตรฐานทั้งที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ รองรับนักท่องเที่ยว AEC เสริมสร้างความมั่นใจในการใช้บริการให้แก่นักท่องเที่ยว และเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีการจัดกิจกรรมออกบูธ ประชาสัมพันธ์และนำเสนอศักยภาพด้านการตลาดของแหล่งท่องเที่ยวและสถานประกอบการที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ระหว่างวันที่ 16 – 17 มกราคม 2561 โดยภายในงานแถลงข่าวผลการประเมินสถานประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับมาตรฐานการท่องเที่ยว ของกรมการท่องเที่ยวนั้น ได้รับเกียรติจาก นายประจวบ   กันธิยะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานและร่วมแถลงข่าว โดยนายประจวบ   กันธิยะ ได้กล่าวถึงแนวคิดในการจัดกิจกรรมการสำรวจ ประเมิน เพื่อรับรองสถานประกอบการมาตรฐานกรมการท่องเที่ยวประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 ครั้งนี้ว่า เกิดจากนโยบายภาครัฐที่ ต้องการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะด้านท่องเที่ยว ด้วยการพัฒนาสิ่งอำอวยความสะดวก สิ่งเกื้อกูลต่าง ๆ  และการส่งเสริมสร้างรายได้ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุก เพื่อสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวทั้งระดับภายในประเทศ และระหว่างประเทศ เชื่อมโยงกับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก [&hellip

“วิลเลรอย แอนด์ บอค” ลุยตลาดภูมิภาค

“วิลเลรอย แอนด์ บอค” ลุยตลาดภูมิภาค เปิดโชว์รูมใหม่ “เชียงใหม่ ต. เคหะภัณฑ์” คาดกระตุ้นยอดขายพุ่งปี 61 “วิลเลรอย แอนด์ บอค” เดินเครื่องสู้ศึกตลาดสุขภัณฑ์ไฮเอนด์ สู่ตลาดภูมิภาค เปิดตัวโชว์รูมใหม่ “เชียงใหม่ ต. เคหะภัณฑ์” พร้อมคอลเลคชั่นสินค้ายอดนิยม พร้อมสู้ศึกกระตุ้นยอดขายปี 61 คุณณัฐพล สังขะภักดี ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เปิดเผยว่า “เนื่องด้วยตลาดสุขภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ในบ้านเราเริ่มจะมีการแข่งขันที่สูงมากขึ้น ดังนั้นทางวิลเลรอย แอนด์ บอค จึงต้องมีกลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ ๆ ที่จะนำเสนอ และดึงดูดลูกค้าให้เกิดการรับรู้ และเลือกแบรนด์ของเรามากขึ้น เราจึงมองถึงตลาดในระดับภูมิภาค ที่มีความเป็นไปได้ที่จะสนใจผลิตภัณฑ์ของเราเช่นกัน”จากความสำเร็จในการเปิดโชว์รูมในกรุงเทพมหานคร และการร่วมพันธมิตรกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง ก้าวต่อไปของ “วิลเลรอย แอนด์ บอค” นั่นคือการเจาะกลุ่มตลาดภูมิภาค โดยเริ่มที่แหล่งเมืองใหญ่ซึ่ง ทางวิลเลรอย แอนด์ บอค เลือกที่จะเจาะตลาดเมืองท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่ โดยได้เปิดโชว์รูมใหม่ที่ “เชียงใหม่ ต. เคหะภัณฑ์” “ทางเราเลือกเปิดโชว์รูมที่นี่เพราะอุดมด้วยแหล่งธุรกิจ แหล่งท่องเที่ยว ซึ่งมีความน่าสนใจ และมีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าหลักของเราได้ นอกจากนี้ยังมีโรงแรมชั้นนำที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งน่าจะเป็นผลดีกับแบรนด์ เพราะนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติส่วนมากจะรู้จัก และไว้วางใจคุณภาพของผลิตภัณฑ์ของเราอยู่แล้ว แต่เราก็ไม่ลืมที่จะสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆที่สนใจด้วย” คุณณัฐพล สังขะภักดี กล่าวเพิ่มเติม นอกจากนี้ทางวิลเลรอย แอนด์ บอค ยังพร้อมที่จะนำเสนอสินค้าซีรีย์สุขภัณฑ์ยอดนิยม ในรูปแบบ Inspiration [&hellip

อีสตินรุกตลาดเวียดนาม เตรียมเปิด อีสติน แกรนด์ นาตรัง

อีสตินรุกตลาดเวียดนาม เตรียมเปิด อีสติน แกรนด์ นาตรัง   เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560  โจนาธาน วิกลีย์ ประธานบริหาร แอ๊บโซลูท โฮเต็ล เซอร์วิส เดินหน้าบุกตลาดเวียดนาม เซ็นสัญญญาเข้าบริหารเตรียมการเปิด โรงแรมอีสติน แกรนด์ พาโนรามา นาตรัง ซึ่งจะให้บริการห้องพักจำนวน 1,086 ห้อง ภายในปี 2561 นับเป็นโรงแรมอีสติน แกรนด์ แห่งที่ 2 ในเวียดนาม ต่อจากโรงแรมอีสติน แกรนด์ ไซง่อน โรงแรมอีสติน แกรนด์ พาโนรามา นาตรัง  ตั้งอยู่ริมชายหาดอันสวยงามและเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน พร้อมด้วยบริการและสันทนาการภายในโรงแรมเพื่อความสะดวกสบายในการพักผ่อนของผู้เข้าพัก อาทิ ห้องอาหารชมวิวทะเล ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่  พูลบาร์ เลาจน์ และร้านค้า รวมถึงห้องประชุม ขนาด 500ตร.ม.  นาตรัง หรือ ญาจาง เป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเล อยู่ในจังหวัดคั้ญฮหว่า ทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม มีชายหาดที่ทรายขาวละเอียดทอดตัวยาวถึง 6 กม. และทะเลที่สวยงามเหมาะแก่การดำน้ำ นาตรังจึงเป็นเมืองตากอากาศยอดนิยม ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก “ด้วยความสวยงามของธรรมชาติ ประกอบกับระบบสาธารณูปโภคต่างๆในนาตรังเติบโตอย่างรวดเร็วทำให้สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี เราจึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งที่จะเปิดโรงแรมอีสติน แกรนด์ พาโนรามา นาตรัง อันโดดเด่นสวยงาม ริมชายหาดชื่อดังแห่งนี้ พร้อมให้บริการตามคำสัญญาของแบรนด์อีสติน ‘คุ้มค่าในทุกโอกาส’ ” โจนาธานกล่าวด้วยความยินดี CNX NEWS เจาะข่าว ตรงใจคุณ รายงาน

Page 1 of 2512345...1020...Last »