สุขภาพดีๆไม่มีขาย | cnxnews ข่าวเชียงใหม่รายวัน ทันทุกสถานการณ์ - Part 3

Category : สุขภาพดีๆไม่มีขาย

คนเป็นมะเร็งจะไม่ตายแล้ว

คนเป็นมะเร็งจะไม่ตายแล้ว เฟซบุ๊ก Leeprapan Lee ได้รายงานว่า มหาวิทยาลัยไถต้า ประเทศไต้หวัน นายแพทย์หวังเจิ่นอิ ผู้เชี่ยวชาญด้านกระเพาะอาหารและลำไส้ได้บอกด้วยความปราถนาดีว่าให้กินผลไม้ ในช่วงที่เวลาท้องยังว่างนั่นก็คือก่อนอาหารนั่นเองและหลังอาหารให้ดื่มเครื่องดื่มที่ร้อน เท่านี้ คนที่เป็นมะเร็งก็จะไม่ตายแล้วไม่ว่าท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ซึ่งวิธีการรักษาได้ถูกค้นพบแล้ว ศาสตราจารย์ นายแพทย์หวังเจิ่นอิ ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ของมหาวิทยาลัยไถต้าพูดต่อว่าการนำวิธีดังกล่าวมาใช้นั้น สัมฤทธิ์ผลถึง 80% ซึ่งคนไข้ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งมีโอกาสจะหาย ไม่ว่าท่านจะเชื่อ หรือไม่ก็ตาม ผมเชื่อว่าวิธีการรักษาได้ถูกค้นพบแล้ว สำหรับผู้ที่บำบัดและรักษาด้วยวิธีที่ใช้อยู่โดยทั่วไปซึ่งสุดท้ายผู้ป่วยต้องเสียชีวิตไปและข้าพเจ้ารู้สึกเสียดายเป็นอย่างยิ่ง หลังบำบัดมีคนไข้ไม่กี่คนที่สามารถอยู่รอดได้เกิน 5 ปี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่รอดได้ 2-3 ปีเท่านั้น จึงถูกมองว่าการรักษาที่ใช้โดยทั่วไปแล้วดูแล้วไม่น่าจะได้ผล ปกติ ผู้ป่วยไม่รับการรักษาใดใดทั้งสิ้น ผู้ป่วยก็สามารถอยู่รอดได้ถึง 2-3 ปีอยู่แล้ว การรักษาที่ใช้โดยทั่วไปนั้น คนไข้จะถูกบำบัดด้วยเคมีหรือระบบฉายแสง ซึ่งทำให้เซลที่ดีของคนไข้ พลอยได้รับพิษเข้าไปด้วย มีผลทำให้ร่างกายยิ่งอ่อนแอลง เซลจะไม่มีแรงต่อต้านอีด้วย จึงทำให้เชื้อแพร่กระจายเร็วขี้น และมีผลต่อการร่วมและการก่อกำเนิดปฎิกิริยาในด้านอื่นๆอีก   รับประทานผลไม้สด เมื่อพูดรับประทานผลไม้สดก็จะนึกถึง ผลไม้หั่นเป็นชิ้นๆ เคี้ยวแล้วรีบกลืนลงท้อง ความจริงไม่ง่ายเช่นนั้น ถ้าต้องการกินที่ได้ผล ต้องพิถีพิถันในเวลารับประทานผลไม้ดังกล่าว อะไรคือการกินแบบถูกวิธี ? อย่ากินผลไม้หลังอาหาร ควรกินช่วงเวลาที่ท้องว่างเปล่าเท่านั้น เช่นนี้แล้ว ผลไม้ถึงจะได้บรรลุผลในการฆ่าเชื้อ และสามารถให้พลังงานแก่ร่างกาย รวมถึงลดความอ้วนได้อีกด้วยและมีผลต่อการร่วมและการก่อกำเนิดปฎิกิริยาในด้านอื่นๆอีก ผลไม้จึงจัดได้อาหารที่มีส่วนสำคัญต่อการดำรงชีวิต ลองนึกภาพดู เรากินขนมปัง 2 แผ่น หลังจากนั้น กินผลไม้ 1 ชิ้น ตามหลักแล้ว ผลไม้จะผ่านผนังกระเพาะอาหารก่อนเข้าสู่ลำไส้ [&hellip

ชีวิตวุ่นวายต้องผ่อนคลายบ้างนะ

ชีวิตวุ่นวายต้องผ่อนคลายบ้างนะ คนยุคปัจจุบัน มักใช้เวลาทั้งวันอยู่ในที่ทำงานตั้งแต่เช้าจรดเย็นแทบไม่มีเวลาพัก เรียกว่าที่ทำงานนั้นไม่ต่างจากบ้านหลังที่สองเลยก็ว่าได้ ลองทำสิ่งง่ายๆ เช่น ปลูกต้นไม้ต้นเล็กๆ ไว้ที่โต๊ะทำงาน หรือระหว่างวันลองพักทานของว่างระหว่างมื้อบ้าง หรือลุกขึ้นมายืดเหยียดบริหารร่างกายบ้าง ก็จะช่วยให้คุณผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจได้ ลองใช้เคล็ดลับต่างๆ เหล่านี้ดู บริหารร่างกายง่ายๆ ได้ที่โต๊ะทำงาน ถ้าหากรู้สึกว่าทำงานหนัก รู้สึกเหนื่อยและเมื่อยล้า แนะนำให้ลองบริหารร่างกายหรือยืดเหยียดกล้ามเนื้อแบบง่ายๆ จะช่วยเพิ่มพลัง ลดความเครียด และทำให้ร่างกายสบายขึ้น แถมยังช่วยลดอาการเมื่อยล้าจากการทำงานได้อีกด้วยลองทำตามท่าบริหารส่วน ต่างๆ ดังนี้ – หัวไหล่ : วอร์มอัพโดยการหมุนหัวไหล่ไปข้างหลัง 10 ครั้ง และหมุนมาข้างหน้า 10 ครั้ง – คอ : เอียงคอไปทางซ้าย ค้างไว้สัก 5 วินาที จากนั้นเอียงไปทางขวา ค้างไว้เช่นกัน ทำซ้ำ 5 ครั้ง – มือ : ประสานมือที่หน้าอก แล้วลดมือทั้งสองลงไปที่ตักจนรู้สึกตึงข้อมือ ค้างไว้ 5 วินาที จากนั้นทำอีกท่า โดยแบมือกางนิ้วออก ค้างไว้ 5 วินาที ทำซ้ำ เสร็จแล้วค่อยๆ สะบัดข้อมือจนรู้สึกผ่อนคลาย – ขา : นั่งหลังตรง ยกขาข้างหนึ่งไปข้างหน้าให้ขาเหยียดตรง กระดกปลายเท้าขึ้น ค้างไว้ 5 วินาที [&hellip

ออกกำลังกายช่วงไหนดีที่สุด

ออกกำลังกายเช้า สาย บ่าย หรือเย็นดีที่สุด ในเวลาตลอด 24 ชั่วโมงของวันนั้น คนเราต้องทำกิจกรรมสำคัญๆ มากมายหลายอย่างด้วยกัน และหนึ่งในกิจกรรมที่ไม่ควรละเลยคือ การออกกำลังกาย ที่หลายคนเกิดความสงสัยว่าจะจัดสรรเวลาอย่างไร และช่วงเวลาใดที่เหมาะกับการออกกำลังกายที่สุด คน แต่ละคนมีทฤษฎีหรือความชอบในการเลือกออกกำลังกายตามแต่ละช่วงเวลาที่ ‘เหมาะสม’ ต่างกันไป บ้างรักที่จะตื่นแต่เช้าตรู่และออกกำลังกายให้เสร็จก่อนพระอาทิตย์ขึ้น และอีกมากที่เลือกจะออกกำลังกายยามบ่ายหรือตอนเย็น ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย หรือเย็นล้วนแล้วแต่ส่งผลดีต่อร่างกายทั้งสิ้น อย่างน้อยๆ คุณก็อยู่ห่างไกลจากโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง โรคอ้วน โรคอัลไซเมอร์ ฯลฯ อย่างแน่นอน ผลงานวิจัยหลายชิ้นนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ การออกกำลังกายแต่ ละช่วงเวลาแตกต่างกันออกไป บ้างก็ว่าตอนเช้าดีกว่าตอนเย็น หรือตอนเย็นดีกว่าตอนเช้า โดยพอจะสรุปความแตกต่างของการออกกำลังกายในตอนเช้าและตอนเย็นได้ ดังนี้ การ ออกกำลังกายในตอนเช้านั้นจะช่วยให้นอนหลับได้ง่ายกว่า การออกกำลังกายช่วงเย็นอาจทำให้ร่างกาย หัวใจทำงานหนัก จึงอาจส่งผลให้ร่างกายตื่นตัวและหลับได้ยากกว่านอกจากนี้การออกกำลังกายช่วง เย็น อาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับในบางราย ซึ่งจะส่งผลไปถึงความอยากอาหารด้วย เพราะถ้าคนเรานอนน้อย จะหิวบ่อยกว่า ทำให้ควบคุมน้ำหนักได้ยากกว่า ดังนั้น คนที่ต้องการลดน้ำหนักหรือคุมน้ำหนัก การออกกำลังกายตอนเช้าจะให้ผลลัพธ์ที่ถูกใจกว่า เพราะฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้นจะสัมพันธ์กับ Biological Clock หรือนาฬิกาชีวิตของสมองในการสร้างฮอร์โมน ที่สำคัญ เชื่อกันว่าการสร้างนิสัยออกกำลังกายตอนเช้านั้นสามารถฝึกได้อย่างสม่ำเสมอ กว่าการออกกำลังกายตอนเย็น ที่คนเรามักมีภารกิจอื่นๆ มาแทรก ทำให้เหนื่อยล้าเกินกว่าจะไปออกกำลังกาย ส่วนการออกกำลังกายในตอน เย็นนั้น เชื่อกันว่าช่วงเวลา 4-5 โมงเย็นจะเป็นเวลาที่เหมาะแก่การออกกำลังกายมากที่สุด เพราะอุณหภูมิของร่างกายจะสูงสุด ณ [&hellip

4 คำเตือน ก่อนใช้ ผ้าอนามัย

4 คำเตือน ก่อนใช้ ผ้าอนามัย ลดโอกาสการเป็น มะเร็งปากมดลูก สาวๆ คนไหนไม่รู้จัก ผ้าอนามัย บ้างคะ คงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักใช่ไหมคะ แต่จะมีสักกี่คนนะที่ใช้ได้อย่างถูกต้อง วันนี้เราเลยมีเรื่องเกี่ยวกับ ผ้าอนามัย มาฝากสาวๆ กันค่ะ 1. เปลี่ยนบ่อยอย่างน้อย 2 ผืน ความอับชื้นจะทำให้แบคทีเรียในผ้าเติบโตได้ดี จนคุณอาจจะติดเชื้อในช่องคลอด ยิ่งถ้าสะสมไว้นานๆ ขอบอกว่านี่ล่ะตัวการมะเร็งปากมดลูก 2. หลีกเลี่ยงที่ชื้นแฉะ ไม่ควรเก็บผ้าอนามัย ไว้ในห้องน้ำ ถึงแม้คุณจะเก็บในลิ้นชักห่างไกลจากบรรดาก๊อกน้ำแล้วก็ตาม เพราะเนื้อผ้าที่อ่อนนุ่ม อมความชื้นได้ดี เหมาะจะเป็นที่เฮฮาปาร์ตี้ขอองเชื้อโรคเป็นที่สุด เพื่อความปลอดภัยควรเก็บผ้าอนามัย ไว้ในที่ที่แห้ง สะอาด อย่างตู้เสื้อผ้าจะดีกว่า 3. อ่านวันหมดอายุก่อนใช้ ผลสำรวจบอกว่ามีผู้หญิงไม่ถึง 1% ที่จะสังเกตวันหมดอายุของ ผ้าอนามัย ทั้งๆ ที่มันก็เหมือนกับสินค้าอื่นๆ ยิ่งใกล้วันหมดอายุเท่าไรคุณภาพก็จะยิ่งลดลง 4. ผ้าแบบซึมซับมากประโยชน์น้อย ผู้หญิงบางคนชอบใช้ ผ้าอนามัย แบบซึมซับได้มากๆ เพื่อที่จะไม่ต้องเปลี่ยนเลยตลอดวัน ขอบอกว่านี่เป็นความคิดที่อันตรายมาก เพราะเลือดเป็นอาหารของเชื้อแบคทีเรีย หลักการใช้ผ้าอนามัยที่ถูกคือต้องเปลี่ยนทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้จุดซ่อนเร้นสะอาดไม่อับชื้น วิธีนี้ช่วยลดโอกาสการเป็นมะเร็งปากมดลูกได้อีกทางหนึ่งด้วย   ******************* ****************** เครดิต: เรื่อง ขอขอบคุณ บทความดีดีจาก healthyenrich.com   สำนักข่าว cnx news [&hellip

7 อาหารลดน้ำหนัก ที่ยิ่งกินยิ่งอ้วน

  7 อาหารลดน้ำหนัก ที่ยิ่งกินยิ่งอ้วนคิดจะกินอาหารพวกนี้เพื่อลดน้ำหนักเหรอ…คิดใหม่นะ! จากผลสำรวจของนิตยสาร Men’s Health คนเราจะกินน้ำตาลที่ปนอยู่ในอาหาร เฉลี่ยประมาณ 82 กรัมต่อวัน ตัวเลขนี้มากกว่าการกินไอศครีมแซนวิชโอริโอ 6 ชิ้นเสียอีก!                     สิ่งที่น่าตกใจก็คือ เจ้าน้ำตาล 82 กรัมนี้ ไม่ได้มาจากไอศครีมที่พี่อิงพูด ถึง หรือของหวานอื่นๆ ที่พวกเราชอบกิน แม้เราจะงดของหวาน เค้ก น้ำอัดลมแล้วก็ตาม น้ำตาลจำนวนมากนี้ก็ยังเล็ดรอดเข้าสู่ร่างกายของเราและทำให้อ้วนได้อยู่ดี                   ยังไงนะเหรอ…มันแอบอยู่ในอาหารที่พวกเราคิดว่าไม่ทำให้อ้วนไง!                   ลอง เปิดตู้เย็นดู หยิบขนมหรืออาหารที่เราทานตอนลดน้ำหนักมาสักชิ้นสองชิ้น แล้วตรวจดูฉลากด้านหลัง พนันได้เลยว่า อาหารที่น้องๆ หยิบมาดู จะต้องมีน้ำตาลจำพวกนี้ผสมอยู่แน่นอน                   modified food starch (แป้งดัดแปลง), maltodex-trin (แป้งจากธัญพืช), cane sugar (น้ำตาล), crystallized cane juice (น้ำตาลผลึก), evaporated cane juice (น้ำตาลทราย), honey (น้ำผึ้ง), tapioca syrup (น้ำเชื่อม), brown sugar (น้ำตาลทราย), brown rice syrup (น้ำเชื่อมอีกประเภทนึง), barley [&hellip

ทิชชูภัยร้าย “มะเร็งปากมดลูก”

อันตรายจากการใช้กระดาษทิชชู วันนี้เป็นเรื่อง ประสบการณ์จริง จาก ชาวเว็บ ท่านหนึ่ง ที่อยากเตือน สาวๆ ทั้งหลาย นั่นคือ เรื่องของ มะเร็งปากมดลูก ที่เกิดจากการใช้ ทิชชู ซับหลังเสร็จกิจในห้องน้ำเป็นเวลานานๆ อาจก่อให้เกิด โรค มะเร็งปากมดลูก ได้ เกร็ดความรู้วันนี้เป็นของชาวเว็บท่านหนึ่งที่อยากฝากเตือนผู้หญิงทุกคนค่ะ นั่นคือ มะเร็งร้ายที่ปากมดลูก มะเร็งปากมดลูกไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ แต่เกิดได้จากการใช้ทิชชูในเวลาทำกิจวัตร จะเกิดจากเป็นเชื้อราเล็กๆ และขยายวงกว้างจนกลายเป็นมะเร็งร้าย กระดาษทิชชูมีสารเคมีตัวฉกาจที่เมื่อใช้เป็นเวลานานติดต่อกันจะทำให้เกิดในช่องคลอดได้ หมอแนะนำว่าหลังจากเสร็จกิจใน ห้องน้ำ ให้ใช้ทิชชูซับแทนการเช็ด และต้องซับครั้งเดียว ไม่เกิน 10 วินาทีเป็นการหลีกลี่ยงการเกิดเชื้อราได้ถึง 50% ด้วย   สำนักข่าว cnx news เจาะข่าว ตรงใจคุณ

5 เคล็ดลับ กินอย่างไรให้ไม่อ้วน

กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนกับ 5 เคล็ดลับ กินอย่างไรให้ไม่อ้วน เป็นสิ่งวิเศษที่สาวสาวหลายคนต้องการ กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน เป็นสิ่งวิเศษที่สาวสาวหลายคนต้องการ แต่ความต้องการนี้อาจสวนทางกับพฤติกรรมการบริโภคของคุณอยู่ในขณะนี้หรือ เปล่า การกินกับรูปร่างสวยที่หลายคนปรารถนาเป็นสิ่งที่ดำเนินควบคู่กันไปได้อย่าง ไร เราขอนำเสนอ 5 เคล็ดลับ กินอย่างไรไม่อ้วน เพื่อหุ่นสวยของคุณ เสนอแนะแนวทางสำหรับสาวสาวที่อยากหุ่นดี และมีสุขภาพดีด้วย 1. จดจ่อ และตั้งมั่นกับเป้าหมายของตัวคุณเอง – “อยากผอม แต่ไม่ตั้งใจที่จะผอม ก็ไม่สามารถทำได้” การกำหนดเป้าหมาย แรงบันดาลใจในการลดน้ำหนักของตัวคุณเองสามารถกำหนดได้ตามที่คุณต้องการ แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรหักโหมในการลดน้ำหนักมากเกินจนถึงกับเจ็บป่วย 2. การเลือกบริโภคอาหาร – การเลือกบริโภคอาหารเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ควรทานทุกอย่างที่คุณชื่นชอบ ควรเลือกรับประทานที่มีไขมันต่ำ หลีกเลี่ยงของมัน ของทอด เลือกทานพวกธัญพืชแทน รับประทานพออิ่ม ไม่เกินพิกัดความจำเป็นของร่างกาย แต่สิ่งสำคัญที่ไม่ควรทำ คือการอดอาหาร เพราะจะทำให้ร่างกายอ่อนแอ และประสิทธิภาพในการทำงานต่ำลง เนื่องจากไม่มีสารอาหารเข้าไปบำรุงร่างกายนะค่ะ 3. คำนวนสัดส่วนและปริมาณความต้องการของร่างกาย และการเผาผลาญ – มื้อเช้าเป็นมื้ออาหารที่สำคัญที่สุดที่คุณจำเป็นต้องรับประทาน เนื่องจากร่างกายต้องการพลังงานสำหรับการดำเนินชีวิตตลอดทั้งวัน มื้อกลางวันเพิ่มเมนูผักและผลไม้เพื่อเพิ่มวิตามิน และเกลือแร่ที่ร่างกายต้องการ ในระหว่างวันควรหลีกเลี่ยงการรับประทานขนมขบเคี้ยวอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นอุปสรรคสำหรับที่ทำให้น้ำหนักของคุณเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ ในส่วนของมื้อเย็นควรหลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์ใหญ่ อาจเลือกเป็นเมนูปลา สลัด หรือโยเกิร์ต ก็สามารถช่วยควบคุมน้ำหนักของคุณได้ นอกจากนี้เมื่อคุณได้รับประทานอาหารเข้าไป ร่างกายจำเป็นต้องเกิดการเผาผลาญ ทั้งนี้จะสามารถเผาผลาญได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับกิจกรรมของคุณที่ทำในแต่ละ วัน แต่สิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลยนั่นคือ การออกกำลังกาย 4. บริหารจัดการร่างกายให้ได้สัดส่วนด้วยการออกกำลังกาย – การออกกำลังกายเป็นที่หลายคนปฏิเสธ [&hellip

9 เคล็ดลับ อาหารต้านมะเร็ง

9 เคล็ดลับ อาหารต้านมะเร็ง ปัจจัยการเกิดโรคมะเร็งนั้นพบว่ามีปัจจัยที่สำคัญแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มได้แก่ 1. เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคร้อยละ 30 2. เกิดจากบุหรี่และเหล้าร้อยละ 30 3. เกิดจากการติดเชื้อร้อยละ 20 4. เกิดจากสาเหตุอื่นๆร้อยละ 20 พฤติกรรมการบริโภคที่ดีสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งได้ถึงร้อยละ 30 มีคำแนะนำ 9 ประการดังนี้ 1. กินผักหลากสีทุกวัน สารที่ก่อมะเร็งจะทำให้เกิดสารอนุมูลอิสระ( Free radicals) ซึ่งสารนี้จะทำปฏิกิริยากับโมเลกุลสำคัญในร่างกายเช่น โปรตีน ไขมัน และดีเอ็นเอ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ ซึ่งสารอนุมูลอิสระเหล่านี้จะถูกกำจัดได้ โดยสารต้านอนุมูลอิสระ(Antioxidant) ที่มีในผักและผลไม้ ผักแต่ละสีแต่ละชนิดมีประโยชน์และให้คุณค่าที่แตกต่างกัน ควรรับประทานผักให้หลากหลายหรือให้ครบ 5 สี จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพ ตัวอย่างของผักและสารสีต่างๆได้แก่ สารสีแดง ในมะเขือเทศ มีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า ไลโคปีน (Lycopene) ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งปอด สารสีเหลืองส้ม ในฟักทอง แครอท มีสารต้านอนุมูลอิสระแคโรทีนนอยด์ (Beta-carotene) และอุดมไปด้วยวิตามินที่สามารถต้านการเกิดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย การบริโภคควรทำให้สุกก่อน สารสีเขียว ในคะน้า บล็อคโคลี่ ผักบุ้ง กวางตุ้ง ตำลึง มีวิตามินซี และวิตามินเอ สารสีม่วง ในกะหล่ำสีม่วง ชมภู่มะเหมี่ยว มะเขือม่วง ดอกอัญชัญ มีสารแอนโทไซยานิน [&hellip

ระวังเป็นโรคลมแดดช่วงหน้าร้อน

ระวังเป็นโรคลมแดดช่วงหน้าร้อน               ระวังเป็นโรคลมแดดช่วงหน้าร้อน อากาศร้อนจัดความเสี่ยงยิ่งมากแนะสังเกต 4 อาการเบื้องต้น เหงื่อไม่ออก ตัวร้อนขึ้น หายใจติดขัดอาเจียน วิงเวียนศรีษะ ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน ดื่มน้ำมากๆ ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคได้ สำหรับวิธีในการป้องกันตนเองเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคลมแดดคือควรดื่ม น้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว   สำนักข่าว cnx news เจาะข่าว ตรงใจคุณ

ทำไมการเเกว่งเเขน การว่ายน้ำจึงสำคัญนัก

ทำไมการเเกว่งเเขน การว่ายน้ำจึงสำคัญนัก            ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขได้ออกมารณรงค์ให้ออกกำลังกายด้วย การเเกว่งเเขนโดยอ้างว่าลดพุงได้อีกด้วย หลายคนเเปลกใจว่าเกี่ยวกันตรงไหน ? เเกว่งเเขน(เเบบตำราเเพทย์เเผนจีนที่ใช้กันมานับพันปี) บางคนถึงกับหัวเราะเยาะว่า เว่อร์เกิ้น อย่าเพิ่งดูถูกนะค่ะ ใต้หัวไหล่ที่เรียกว่ารักเเร้นั้นคือชุมทางของต่อมน้ำเหลืองเบ้อเริ่ม บริเวณขาหนีบนั่นก็ชุมทางของต่อมน้ำเหลืองขนาดใหญ่ การขยับหัวไหล่เเละรักเเร้ของการเเกว่งเเขนก็ดี การว่ายน้ำที่ขยับทั้งหัวไหล่เเละขาหนีบก็ดี ล้วนเเล้วเเต่เป็นการออกกำลังให้ต่อมน้ำเหลืองขยับเพิ่มการไหลเวียนน้ำเหลืองจึงไม่ใช่ของเล่นธรรมดาๆ ลองอ่านงานเขียนของ Dr. Kimberly Kaye ต่อไปนี้ดูเองก็จะร้องอ่อ ว่าอย่างนี้นี่เอง…. รู้งี้ทำไปตั้งนานเเล้ว……รู้งี้ว่ายน้ำจนเป็นเเชมป์ไปเเล้ว…..รู้งี้ เเขนฉันก้ไม่มีเซลลูไลท์หรอกนะเนี่ย …….. ================================= คำว่าระบบน้ำเหลืองนั้นหมายรวมถึง ม้าม ต่อมทอนซิล ต่อมไธมัส ต่อมน้ำเหลืองต่างๆ น้ำเหลือง ท่อน้ำเหลือง นับเป็นระบบที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อทำความสะอาด ชำระล้างของร่างกาย อันจำเป็นต่อ การรักษาสุขภาพให้เเข็งเเรง เยียวยาความเจ็บป่วย เพราะระบบน้ำเหลืองมีหน้าที่ขนถ่ายของเสีย พิษที่สะสมในร่างกาย เศษของเซลล์ที่ตายเเล้ว ออกไปกำจัดยังอวัยวะที่รับผิดชอบเเละขับออกไปจากร่างกาย นอกจากนี้ยังมีหน้าที่สร้างเม็ดเลือดขาว เเอนตี้บอดี้ ของระบบภูมคุ้มกัน ตลอดระยะทางของท่อน้ำเหลืองจะมีต่อมน้ำเหลืองอยู่เป็นระยะๆเพื่อช่วยกรองสาร เเปลกปลอม เชื้อโรค ที่มีอันตราย ตับเป็นอวัยวะที่ทำงานควบคู่ไปกับระบบน้ำเหลือง โดยตับมีหน้าที่สร้างน้ำเหลืองเป็นส่วนมาก เเละตับก็อาศัยน้ำเหลืองนี่เองขนส่งสารอาหารที่ย่อยเเล้วจากตับเเละลำไส้ เล็กไปส่งต่อให้กับเซลล์เเละอวัยวะต่างๆ ม้ามเป็นอวัยวะขนาดใหญ่ที่สุดของระบบน้ำเหลือง มีหน้าที่กรองเเละกำจัดเซลล์เม็ดเลือดเเดงที่หมดอายุ เเละเป็นอวัยวะที่มีบทบาทสำคัญของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ใครก็ตามที่ผ่าตัดเอาม้าม ต่อมทอนซิล ต่อมไธมัสออกไป จะติดเชื้อได้ง่ายขาดภูมิต้านทาน หากการไหลเวียนของน้ำเหลืองติดขัด จะทำให้ต่อมน้ำเหลืองบวม อักเสบ บริเวณที่น้ำเหลืองไหลเวียนเเละสังเกตุได้ชัดเจนได้เเก่ ลำคอ หลังใบหู ท้ายทอย หน้าอก รักเเร้ใต้หัวไหล่ ท้องเเขน [&hellip

Page 3 of 41234