สุขภาพดีๆไม่มีขาย | cnxnews ข่าวเชียงใหม่รายวัน ทันทุกสถานการณ์

Category : สุขภาพดีๆไม่มีขาย

12507572_1533938490249625_290133083123284647_n
เปิดบริการแล้ว …ชมนาด นวดแผนไทยและสปาสาขาเชียงใหม่ บริหารงานโดย ชมนาด (ออมมี่)

เปิดบริการแล้ว …ชมนาด นวดแผนไทยและสปา สาขาเชียงใหม่บริหารงานโดย ชมนาด(ออมมี่) “ชมนาด” เป็นไม้ดอกที่ให้กลิ่นหอมของข้าวใหม่มีกลิ่นหอมแรง และนานทนอยู่หลายวัน กลิ่นหอมแรงเป็นพิเศษช่วงหัวค่ำ กลิ่นหอมของชมนาดคล้ายกับ กลิ่นใบข้าวอ่อน หรือข้าวหอมหุงใหม่ๆ ประโยชน์ของชมนาด ในทางสมุนไพร ชมนาดมีน้ำยางสีขาวค่อนข้างข้นเหนียว สามารถนำไปใช้เป็นยาได้ โดยนำไปรักษาบาดแผลภายนอก ทำยาถ่ายอย่างแรง ทำให้อาเจียนเพื่อถ่ายน้ำเหลือง ใช้กระตุ้นกล้ามเนื้อลาย เพิ่มความดันเลือด กระตุ้นมดลูก และนี่เป็นที่มาของ “ชมนาด” นวดแผนไทยและสปา สาขาเชียงใหม่ ซึ่งร้านนวดแผนไทยและสปานี้ได้เปิดเป็น ศูนย์ฝึกอบรมการนวดแผนไทยและสปาไปในตัวด้วย โดยได้รับมอบใบประกาศนียบัตรจากสมาคมแพทย์แผนไทยกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมจากที่นี่สามารถสมัครงานได้ทั่วโลก และสามารถเปิดกิจการนวดหรือโรงเรียนสอนนวดได้โดยจะได้รับใบประกาศนียบัตรทั้งภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษ เพื่อรับรองคุณภาพ ทางทีมงาน CNX NEWS ขอแนะนำผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ของ ชมนาด นวดแผนไทยและสปา จะหนีใครไปไม่ได้นั่นก็คือ คุณชมนาด (ออมมี่ ) ซึ่งทางทีมงานขอเรียกว่าคุณออม ซึ่งคุณออมเป็นเจ้าของร้านที่อาศัยอยู่ต่างประเทศที่ USA ซึ่งการทำงานข้ามทวีปแบบนี้ทำให้เธอต้องทำการบ้านอย่างหนักเป็นสองเท่า ตั้งแต่การเลือกทำเล การตกแต่งร้าน หรือการคัดสรรผลิตภัณฑ์ทุกอย่างที่ให้บริการลูกค้าในร้าน จะใช้วิธีติดต่อทาง CCTV ตลอด ซึ่งถือว่าเป็นคนที่ทุ่มเทและใส่ใจกับกิจการเป็นที่สุดค่ะ คุณออมเล่าว่าเธอเองอาศัยอยู่ USA เป็นเวลานานและด้วยความที่เป็นคนชอบนวดเป็นชีวิตจิตใจ เสร็จงานปุ๊บก็จะแวะนวดหรือ สปาบ่อยๆ และได้ใช้บริการจากหลาย ๆ ชนชาติ ทำให้เธอมั่นใจและยืนยันได้ว่าการนวดที่ดีและได้ผลที่สุดคือ การนวดแผนไทย เธอจึงมีวิศัยทัศน์ที่อยากจะนำมาซึ่งการรักษาขนบธรรมเนียมไทยรวมถึงศิลปะการนวดเพื่อสุขภาพและการผ่อนคลายให้แก่ทุกท่านที่แสวงหาการพักผ่อนตามแบบฉบับของการนวดไทย และนี่คือเหตุผลที่เธอตัดสินใจก่อตั้งชมนาดขึ้นมาเพื่อบริการลูกค้าชาวเชียงใหม่ เป็นสาขาแรก และมี อาจารย์วรางคณา จันทรังษ์ [&hellip

2 (1)
“มันแทนกันได้!”เครื่องสำอางราคาเบาๆ

“มันแทนกันได้!”เครื่องสำอางราคาเบาๆ แต่คุณภาพเคาน์เตอร์แบรนด์ ที่หาซื้อได้ในไทย    จะจ่ายแพงไปทำไม ในเมื่อมีสิ่งที่ถูกกว่า แถมคุณภาพเหมือนกันเป๊ะๆ เรามาดูกันดีกว่าว่ามีเครื่องสำอางชิ้นไหนว่าที่เรียกได้ว่าเป็น “ตัวตายตัวแทน” กับเครื่องสำอางราคาเบาๆ แต่คุณภาพเทียบเท่าเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์! และที่สำคัญหาซื้อในไทยได้สบายๆ แบบไม่ต้องกระวนกระวายหาร้านพรีออเดอร์ให้เหนื่อยเลย! ที่มา http://www.cosmenet.in.th/th/cosmeintrend/?SECTION_ID=2155&ELEMENT_ID=21562 สำนักข่าว CNX NEWS เจาะข่าว ตรงใจคุณ

น้ำเต้าหู้
มะนาว+น้ำเต้าหู้ อาหารเสริมอายุวัฒนะ

มะนาว+น้ำเต้าหู้ อาหารเสริมอายุวัฒนะ     น้ำเต้าหู้ 1ถุง ไม่ใส่น้ำตาล ไม่เย็น ไม่ร้อน บวกกับมะนาว1ลูกแล้วคนให้ เข้ากัน ลักษณะของ น้ำเต้าหู้จะเปลี่ยนไปเป็นไขขุ่น คล้ายซีลีแลค หรือ คล้ายๆ วุ้นเละๆ หรือ โจ๊ก หน้าตาจะไม่สวยแต่คุณค่าสูง นพ.สมเกียรติ อธิคมกุลชัย จักษุแพทย์ โรงพยาบาลเอกชัย จ.สมุทรสาคร ได้แนะนำคนไข้ดื่มน้ำนมถั่วเหลือง + ผสมน้ำมะนาวอาหารเสริมอายุวัฒนะสรรพคุณโดยรวม..เป็นอาหารเสริมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพของร่างกายสมอง และสายตา หากดื่มเป็นประจำทุกวัน มีสรรพคุณที่โดดเด่นดังต่อไปนี้ คือ 1.ช่วยให้ระบบเส้นเลือดฝอยทั่วร่างกาย มีความยืดหยุ่นดี ไม่เปราะหรือแตกง่าย ดังนั้น คนที่มีปัญหาเส้นเลือดฝอยเปราะ แตกง่าย และมีเลือดออกตามร่างกาย เช่น เลือดออกที่ใต้เยื่อบุตาขาว หรือในผู้หญิงที่มักจะเกิดรอยจ้ำ เขียวช้ำเวลาถูกกระทบกระแทกหรือในผู้สูงอายุที่มักจะมีเลือดออกใต้ผิวหนัง ก็ช่วยให้ดีขึ้น และยังเชื่อว่าสามารถป้องกัน โรคเส้นเลือดในสมองตีบตัน หรือแตกได้เช่นกัน (ป้องกันโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต) 2.ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง ต้านทานโรคติดเชื้อได้ดี ไม่เจ็บป่วยง่าย เช่น ในคนที่เป็นโรคเริมที่ริมฝีปากหรือบริเวณอวัยวะเพศ จะช่วยลดหรือหยุดการกำเริบซ้ำได้ หรือในรายที่ภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดี เป็นไข้ ไอ เจ็บคอบ่อยๆ ก็จะช่วยให้อัตราการป่วยลดลงได้เช่นกัน 3.ช่วยส่งเสริมระบบไหลเวียน เลือด ทำให้อวัยวะต่างๆของร่างกายทำงานได้เต็มที่ สมองแจ่มใส ไม่มึนงง ร่างกายสดชื่น (ผู้สูงอายุที่มีอาการมึนงง เซื่องซึม และเดินเซ จะเห็น การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นชัดเจน ) [&hellip

10153131_10152328524033571_3862835124397961336_n
โรงพยาบาลธรรมชาติ หัวจรดเท้ารักษาเองได้ก่อนไปหาหมอ

โรงพยาบาลธรรมชาติ หัวจรดเท้ารักษาเองได้ก่อนไปหาหมอ ๑. ไขมันในเลือดสูง แทนที่จะหายามากินให้ปวดหัวตับพัง ก็หากระเทียมสดมากินสักวันละ 10 กลีบกับกินหอมหัวใหญ่สดวันละครึ่งหัว  ๒. ปวดหัว ให้หาผักคะน้าหรือปวยเล้ง (แมกนีเซียม) กินวันละ ๕ ขีดและกินปลาทูอีกวันละ ๒ ตัว (น้ำมันปลาลดการอักเสบได้) หรือจะชงโกโก้กินหน่อยก็ช่วยได้ค่ะ  ๓. เป็นหวัด ไอ จามบ่อย ให้หมั่นแปรงลิ้นและกิน กระเทียม หอม พริกให้มากเข้าไว้ ๔. ภูมิแพ้ แค่กินฝรั่งวันละ ๕ ชิ้นกับเมล็ดฟักทองวันละ ๑ กำมือ (สังกะสี) ๕. แพ้ฝุ่นละออง ไรฝุ่น หาโยเกิร์ตแบบรสธรรมชาติและนมเปรี้ยวไม่หวานจัดมากิน ๖. โรคหืดหอบ ไอเรื้อรัง กินต้มยำไก่, กินหัวหอมใหญ่ หอมแดงต้นหอมและเอาหอมซุก ไว้ใต้หมอน ๗. ไขข้ออักเสบ หาปลาเนื้อมันกินวันละ ๒ ขีด เช่นปลาทู, ปลาสวาย, ปลาแซลม่อน, ปลาซาร์ดีน, ปลาทูน่าหรือแม้แต่ปลากระป๋อง ๘. กระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยให้กินน้ำกระเจี๊ยบไม่หวานจัดวันละ ๓ มื้อ หรือน้ำแครนเบอรี่ ของฝรั่งในปริมาณเท่ากัน ( เปรี้ยวจัดมาก) ๙. ท้องอืด แก๊สมาก ให้กินกล้วยหักมุกปิ้งหรือขิงบ่อย ๆ ๑๐. ท้องผูก ชงน้ำผึ้งดื่มวันละ ๓ ช้อนโต๊ะ และให้กินน้ำมะขามต้มติดเนื้อมาก [&hellip

คณะแพทย์
แพทย์ มช. เตือนกินลาบดิบ เสี่ยงหูดับ!

 แพทย์ มช. เตือนกินลาบดิบ เสี่ยงหูดับ!         ในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ประชาชนส่วนใหญ่มักนิยมรับประทานอาหารประจำถิ่น อย่างภาคเหนือและภาคอีสานมักฉลองกันด้วยเมนู ลาบ หลู้ หมูดิบ คู่กับการดื่มเหล้า ซึ่งการรับประทานหมูดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ เป็นสาเหตุทำให้ป่วยเป็นโรคไข้หูดับ หูหนวกถาวร หรือเสียชีวิตได้ ผศ.นพ. จารึก หาญประเสริฐพงษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก จากภาควิชา โสต ศอ นาสิกวิทยา เปิดเผยว่า โรคไข้หูดับ เชื้อต้นเหตุชื่อ สเตรปโตคอคคัส ซูอิส อยู่ในจมูกและคอของหมูปกติ กรณีที่หมูอ่อนแอลงเชื้อจะทำให้หมูป่วย เมื่อคนไปสัมผัส  หรือกินเนื้อหมูป่วยที่ดิบ หรือสุกๆดิบๆ จะมีอาการภายใน3วัน คือมีไข้ ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้ อาเจียน บางรายเดินเข ชัก ช๊อก มีจ้ำเลือดตามตัว ข้ออักเสบ หัวใจ ไตหรือตับวาย เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของเชื้อและความแข็งแรงของแต่ละบุคคล ส่วนใหญ่พบว่าผู้ป่วย กลุ่มแรกมักเกิดในคนที่ชอบกินลาบ หลู้ ล้า เนื้อหมูดิบ หรือสุกๆดิบๆ ตลอดจนผู้ที่ชื่นชอบรับประทานหมูกะทะปิ้งย่างแบบสุกๆดิบๆ วิธีการป้องกันนั้นควรเลือกซื้อหมูจากโรงฆ่าสัตว์ที่ได้มาตรฐาน เลือกที่สด ไม่มีสีแดงคล้ำ หรือมีเลือดคลั่งมากๆ การปรุงควรนำเนื้อหมูมาปรุงสุกเท่านั้น กลุ่มต่อมาคือ เกษตรกรเลี้ยงหมูที่ได้ใกล้ชิดกับหมูป่วยแล้วไม่ได้สวมถุงมือ ไม่สวมรองเท้าบูท สามารถป้องกันการติดเชื้อ โดยการหลีกเสี่ยงการสัมผัสหมูหรือซากหมูด้วยมือเปล่า [&hellip

แพทย์ม.ช.
มช. เตือน! ดื่มสุราช่วงปีใหม่ ระวังอาเจียนเป็นเลือดรุนแรง

มช. เตือน! ดื่มสุราช่วงปีใหม่ ระวังอาเจียนเป็นเลือดรุนแรง      แพทย์  มช. เตือนสิงห์นักดื่มช่วงสงกรานต์ระวัง!อาเจียนเป็นเลือดรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต “สุรา” วลีสั้นๆแต่เมื่อเผลอดื่มเพียงหนึ่งแก้วเท่ากับว่าคุณกำลังหยิบยื่น โรคตับ  โรคมะเร็งตับ โรคระบบทางเดินอาหาร เข้าสู่ร่างกาย เพราะเพียงเสี้ยววินาทีอาจคร่าชีวิตของคุณได้        อ.นพ.ภูริพงศ์  กิจดำรงธรรม  อาจารย์ประจำภาควิชาระบบทางเดินอาหาร ภาควิชาอายุศาสตร์   คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า  “การดื่มสุราในช่วงเทศกาลสงกรานต์อาจมองว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ทั้งที่รู้ว่าการดื่มสุราก่อให้เกิดผลเสียทั้งด้านร่างกายและจิตใจ  ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร  ซึ่งอีกหนึ่งสาเหตุของการดื่มสุราเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง คือ ผลเสียต่ออวัยวะภายในร่างกายทำให้เกิดอาการอาเจียนเป็นเลือดอย่างรุนแรง  โดยสถิติคนไข้โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ที่มีอาการอาเจียนเป็นเลือดอย่างรุนแรงมีจำนวนมากถึง 300 รายต่อปี จำนวนเฉลี่ยเท่ากับ 1 วันต่อ1 คน และพบมากที่สุดในช่วงเดือนเมษายน  ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการดื่มสุราอย่างต่อเนื่องจำนวนมากเป็นประจำ แล้วอาเจียนบ่อยๆ     จนเกิดเลือดออกจากการฉีกขาดของเยื่อบุทางเดินอาหารส่งผลให้เกิดการอักเสบ บางรายที่พบและเป็นปัญหาในการรักษาอีกโรคคือ โรคตับแข็ง ซึ่งเป็นการเสียหายของตับที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้        ส่งผลให้เกิดโรคหลอดเลือดโป่งพองในหลอดอาหาร   โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มีอาการอาเจียนเป็นเลือดเกิดจากหลายสาเหตุ คือ  เป็นแผลในกระเพาะอาหาร  แผลในลำไส้  รอยฉีกขาดบริเวณกระเพาะอาหาร           ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่แม้จะมีการส่องกล้อง  การกินยา  หรือการรักษาให้ดีขึ้น แต่ยังมีโอกาสที่จะเสียชีวิตจากการอาเจียนเป็นเลือดอย่างรุนแรงได้โดยประมาณ  10 %  และโรคหลอดเลือดอาหารโป่งพองมีโอกาสเสียชีวิตประมาณ  30 %    อัตราสูงขึ้นมาก  เพราะฉะนั้นการดื่มสุราเป็นสาเหตุที่จะเสียชีวิตได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้หากดื่มสุราเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะส่งผลให้ร่างกายได้รับสารกดประสาทส่งผลให้เกิดอาการหมดสติ  เช่น กรณีดื่มสุราอย่างต่อเนื่องช่วงเทศกาลสงกรานต์หากมีการหยุดดื่มสุราอย่างกระทันหันโอกาสการเกิดอาการซ๊อค  หมดสติจะมีผลกระทบต่อร่างกายโดยตรง  รวมถึงหากมีการดื่มเหล้าเถื่อนยังส่งผลให้ตาบอด  กรดในร่างกายสูงมากกว่าปกติและอาจเสียชีวิตได้ในที่สุด”        [&hellip

MG_4
คณะแพทย์ มช. แนะวิธีการดูแลสุขภาพเพื่อเลี่ยงมลพิษทางอากาศ

 คณะแพทย์ มช. แนะวิธีการดูแลสุขภาพเพื่อเลี่ยงมลพิษทางอากาศ      มลพิษทางอากาศ เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นและพบเห็นได้อย่างชัดเจนทั่วๆไปทั้งในเขตชุมชนขนาดใหญ่ และพื้นที่พัฒนาที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วของกิจกรรมอุตสาหกรรม การคมนาคม การจราจร การก่อสร้าง การเผาขยะมูลฝอยรวมทั้ง การเผาของเศษวัสดุในพื้นที่การเกษตร ซึ่งสารมลพิษเหล่านี้ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนโดยตรงแล้ว ยังก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิของโลก การทำลายชั้นโอโซนเป็นต้น จังหวัดเชียงใหม่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบในแอ่งกระทะ ในขณะที่สภาพความกดอากาศ อุณหภูมิ และความชื้นในอากาศก่อให้เกิดหมอกในตอนเช้า เมื่อหยดน้ำในอากาศรวมตัวกับฝุ่นละอองและสารมลพิษในอากาศ เกิดเป็นลักษณะของ Smog (Smoke+fog) ขึ้น ทําให้เกิดสภาพฟ้าหลัวมลพิษจึงถูกกดไว้ไม่สามารถลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศได้ จึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของ  ประชาชน โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีความห่วงใยต่อสุขภาพของประชาชนเป็นอย่างยิ่งกับภาวะฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ดังนั้นเพื่อเป็นการปกป้องสุขภาพและชีวิตของประชาชนทั่วไปจึงขอแนะนำวิธีปฏิบัติตัวเพื่อหลีกเลี่ยงมลพิษทางอากาศดังนี้ ผู้ใช้รถยนต์ควรเปิดระบบหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสารเพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก ผู้ขี่รถจักรยานยนต์ควรใส่แว่นกันลมป้องกันฝุ่นละอองระคายเยื่อบุตาและใช้หน้ากากอนามัยหรือใช้ผ้าหนาๆชุบน้ำ ปิดปาก ปิดจมูกทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการทํากิจกรรมภายนอกอาคาร ออกนอกบ้านเมื่อจำเป็น งดการออกกําลังกายทุกชนิดในที่โล่งและที่ร่มโดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เพราะในขณะที่อากาศในที่โล่งมีลักษณะหมอกควันหนา มีมลพิษหรือควันพิษ จะทําให้ฝุ่นละอองขนาดเล็กถูกหายใจเข้าไปสู่ถุงลมในปอดได้ ขณะมีอาการเป็นหวัดควรใช้หน้ากากอนามัยเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่โล่ง ใช้น้ำเกลือกลั้วคอแล้วบ้วนทิ้งวันละ3-4 ครั้ง ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจโรคหัวใจ ควรมียาฉุกเฉินพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา สังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกรณีอาการกำเริบควรพบแพทย์หรือคลินิกใกล้บ้าน หลีกเลี่ยงการได้รับมลพิษในสิ่งแวดล้อมและอากาศสกปรก เช่น เขม่าควันไฟ ควันท่อไอเสียรถยนต์ ไอจากสารเคมี งดการประกอบอาหารโดยใช้เตา การเผากิ่งไม้ใบไม้ การจุดธูป ซึ่งเป็นบ่อเกิดของมลพิษทางอากาศและโรคมะเร็ง ภายในอาคาร/บ้าน ให้ใช้พัดลมดูดอากาศออก สร้างม่านน้ำไหลจากหลังคาจะช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองในอากาศลงได้ ทำความสะอาดห้องทำงาน บ้านเรือน ด้วยผ้าชุบน้ำ หรือ ม๊อบ ไม่ควรกวาดหรือดูดฝุ่นให้ฟุ้งกระจาย ติดเครื่องกรองอากาศที่สามารถกรองอนุภาพขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ [&hellip

923512_601993783203537_828700114_n
9 วิธี หยุดทรมาน จากอาการปวดศีรษะ

9 วิธี หยุดทรมาน จากอาการปวดศีรษะ (สุขภาพดี) เพราะอาการปวดศีรษะอยู่ใกล้ตัวเราทุกคน ยิ่งสาว ๆ คนไหนทำงานแบบลืมพักผ่อน รับรองว่าอาการปวดศีรษะจะมาเคาะประตูเยี่ยมเยือนบ่อยยิ่งกว่าบ่อยแน่นอน ยิ่งช่วงไหนทั้งพักผ่อนน้อย ทั้งเครียด และมีประจำเดือนแล้วล่ะก็ อาการปวดศีรษะจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เสียจนยาแก้ปวดแทบจะเอาไม่อยู่เลยทีเดียว แต่อย่าเพิ่งกังวลเรามี 9 วิธี หยุดทรมานจากอาการปวดศีรษะมาฝาก 1. 6.30 น. : ออกกำลังกายรับวันใหม่ การออกกำลังกายทุกวัน นอกจากจะช่วยให้คุณมีรูปร่างที่ดีและร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยป้องกันอาการปวดศีรษะอีกด้วย ผลการศึกษาจากอาสาสมัครชาวอเมริกันพบว่า คุณผู้หญิงที่มีดัชนีมวลกายตั้งแต่ 30 ขึ้นไป มีแนวโน้มที่จะต้องรบกับอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง มากกว่าคุณผู้หญิงที่มีค่าดัชนีมวลกายต่ำกว่า 2. 9.00 น. : กาแฟหนึ่งถ้วย อาจช่วยคุณได้ หากคุณรู้สึกว่าอาการปวดศีรษะเริ่มจะมาถามหา การดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน อย่างชาหรือกาแฟอาจช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เจโรเม่ ดิซอน (Jerome Dwxon) ผู้เชี่ยวชาญด้านบำบัดอาการปวดศีรษะ แนะนำว่าการบริโภคเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่อาจช่วยรักษาอาการปวดศีรษะ ซึ่งในรายที่หยุดบริโภคสารคาเฟอีนแบบเฉียบพลัน จะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้นได้นั่นแสดงให้เห็นว่า สารคาเฟอีนมีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการปวดศีรษะจริง 3. 11.45 น. : บรรเทาอาการปวดเมื่อยบริเวณต้นคอ เมื่อนั่งทำงานได้สักพักใหญ่ ๆ คุณคงจะเริ่มรู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณต้นคอที่จะรู้สึกตึงเป็นพิเศษ วิธีบรรเทาอาการปวดเมื่อยบริเวณต้นคอ คือคุณควรยืดตัวตรง เอียงหูไปทางไหล่ซ้ายและไหล่ขวาช้า ๆ ทีละข้างแล้วจึงมองขึ้นข้างบนสลับกับข้างล่าง ทำซ้ำแต่ละท่าประมาณ 4-5 ครั้งต่อ 1 [&hellip

$R1G1SBI
เรื่องของสาวผมดัด (การดูแลผมดัด)

เรื่องของสาวผมดัด (การดูแลผมดัด)   การดัดผม หมายถึง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเส้นผมเปลี่ยนทั้งรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนโครงสร้าง เส้นผมอย่างถาวรทำให้เกิดการโค้งงอเพื่อความสวยงามชนิดถาวร สาเหตุก็เป็นเพราะสารเคมีที่อยู่ในน้ำยาดัดผมบนแกนม้วนผมจะซึมซาบเข้าไปทำ ปฏิกิริยากับโครงสร้างเส้นผมให้ดูนุ่มนวลขึ้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับขนาดของแกนแต่ละชนิดด้วย ยิ่งแกนใหญ่เท่าไหร่ก็จะช่วยให้ลอนผมดูนุ่มนวลมากขึ้น เท่านั้น จากนั้นจึงเป็นหน้าที่ของน้ำยารักษาสภาพลอนผมให้อยู่ตัว ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นกลาง เช่นเดียวกับการยืดผมก็จะใช้ขั้นตอนเดียวกัน เพียงแต่อาจใช้หวีช่วย โดยการหวีจากรากจรดปลายเส้นบ่อยๆ ก็จะช่วยให้เส้นผมเหยียดตรงได้ ซึ่งถ้าไม่ชอบในผมที่เปลี่ยนไปก็ไม่สามารถทำให้ผมกลับคืนมาตรงได้เหมือนเดิม ในเวลาที่รวดเร็ว ต้องรอให้ผมส่วนที่งอกใหม่ยาวออกมาเสียก่อน หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือ ต้องดัดผมซ้ำอีกครั้งเพื่อให้มีการเรียงตัวทางโครงสร้างของผม Tips • ใช้น้ำมะนาวผสมน้ำให้เจือจาง นำมาชโลมเส้นผมหลังจากล้างน้ำครั้งสุดท้าย ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น กรดในน้ำมะนาวจะช่วยให้ไฟเบอร์ในผมยืดเกาะกนได้แน่น ผมจะเรียบขึ้นหวีง่ายขึ้นและสะท้อนแสงไฟได้ดีขึ้น ทำให้ผมดัดแลดูเป็นเงางาม • ใช้แชมพูสำหรับผมแห้งซึ่งมีน้ำมันซิลิโคนที่มากสักหน่อยเป็นประจำ จะช่วยให้ผมลื่นและดูเงางาม (หลังจากที่สารเคมีทำลายโครงสร้างของเส้นผม ซึ่งมีส่วนทำให้ผมแห้งได้ง่าย) • การนวดหนังศีรษะเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และการผลิตไขมัน • เพื่อการจัดทรงง่าย ใช้น้ำมันอัลมอนด์ใส่ขวดสเปรย์ แล้วฉีดใส่แปรงก่อนหวี จะทำให้หวีผมง่ายขึ้นและดูเป็นเงางาม • ก่อนนอนใช้หนังยางรวบผมไว้หลวมๆ ผมจะได้ไม่พันกันตอนกลางคืน • นำเนื้ออะโวคาโดผสมกับน้ำมันทานตะวัน 2 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาวอีกเล็กน้อยชโลมบนผมเปียก ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกให้หมด ช่วยบำรุงผมหรือวิธีง่ายๆ ด้วยครีมนวดผมและทิ้งไว้ค้างคืนจะช่วยบำรุงผมดัดได้ • สำหรับการแต่งทรงผมดัด ขอแนะนำให้ใช้แปรงสำหรับผมดัดและเน้นลอนผมดัดโดยเฉพาะ อย่างเช่น หวีแปรงทรงกลม มีให้เลือก 3 ขนาด เล็ก กลาง ใหญ่ เพื่อให้คุณเลือกขนาดของลอนที่เหมาะสมสำหรับการใช้คู่กับไดร์เป่าผม และหวีแปรงขนาดใหญ่ที่เน้นลอนช่วงปลายผมโดยเฉพาะ [&hellip

MG_1
“ลดเค็มครึ่งหนึ่ง คนไทยห่างไกลโรค”

ลดเค็มครึ่งหนึ่ง คนไทยห่างไกลโรค โดย  นายกันต์นธีร์  ตาคำ  นักโภชนาการ CDT   งานโภชนาการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ “รสเค็ม” …เป็นอีกรสชาติหนึ่งที่ทำให้อาหารอร่อยขึ้น จนคนส่วนใหญ่เผลอใจ ติดรสเค็มโดยไม่รู้ตัว และอาจไม่รู้ว่าตามหลักโภชนาการนั้น เขาแนะนำให้คนเราสามารถรับประทาน น้ำมัน น้ำตาล และเกลือ น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น เช่น คนในวัยผู้ใหญ่ควรได้รับโซเดียมประมาณวันละ ๒๓๐ มิลลิกรัม หรือประมาณ ๑ ใน ๑๐ ของ ๑ ช้อนชา เท่านั้น (ปริมาณสูงสุดที่องค์การอนามัยโลก กำหนดไว้คือ วันละ ๖ กรัม ซึ่งมีโซเดียม อยู่ ๒,๔๐๐ มิลลิกรัม) หากเรากินอาหารรสเค็มจัดที่ได้จากเกลือโซเดียม มากกว่า ๖ กรัมต่อวัน หรือมากกว่า ๑ ช้อนชาขึ้นไป เป็นประจำ ก็จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคลมปัจจุปัน (หรือโรคหลอดเลือดสมองแตก) โรคหัวใจ และ ไตวาย รวมทั้ง โรคกระดูกพรุน ขณะเดียวกันคนที่เริ่มเป็น โรคต่างๆ ข้างต้นนั้น ก็ต้อง ระมัดระวังอาหารที่มีโซเดียมสูง อย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ในโรคที่เป็นอยู่ หรือกลายเป็นโรคเรื้อรังที่รักษายาก และอาจเป็น อันตรายถึงแก่ชีวิตได้ถ้าไม่ระมัดระวังในเรื่องของรสชาติอาหารที่รับประทานเข้าไป  เพราะโดยทั่วไปแล้ว แร่ธาตุที่เรียกว่า  โซเดียม  ก็มีอยู่ในอาหารที่คนเรารับประทานเข้าไปอยู่เป็นประจำอยู่บ้าง  [&hellip

Page 1 of 3123