สุขภาพดีๆไม่มีขาย | cnxnews ข่าวเชียงใหม่รายวัน ทันทุกสถานการณ์

Category : สุขภาพดีๆไม่มีขาย

แพทย์ มช. ห่วงประชาชน ย้ำให้ตรวจคัดกรอง โรคหัวใจทารกในครรภ์ หวังลดความพิการโดยกำเนิดในอนาคต

แพทย์ มช. ห่วงประชาชน ย้ำให้ตรวจคัดกรอง โรคหัวใจทารกในครรภ์ หวังลดความพิการโดย กำเนิดในอนาคต   ปัจจุบันปัญหาโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในประเทศไทย นับเป็นปัญหาใหญ่ที่ควรได้รับการแก้ไขในระยะต้นของการตั้งครรภ์ จากอุบัติการณ์สถิติในประเทศไทยเหมือนกันทั่วโลก กล่าวคือเด็กที่เกิดใหม่จำนวน 1,000 คน จะมี 8 คน ที่เป็นโรคหัวใจผิดปกติตั้งแต่กำเนิด ในประเทศไทยมีเด็กแรกเกิดที่มีปัญหาโรคหัวใจปีละประมาณ 8,000 คน  โดยในจำนวนนี้มีประมาณร้อยละ 50 ที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา บางรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุด รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ชเนนทร์ วนาภิรักษ์ อาจารย์ประจำวิชาภาควิชาสูติศาสตร์และ  นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า  โรคหัวใจพิการโดยกำเนิดเป็นโรคที่พบบ่อยมากที่สุด และเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในเด็กทารก เนื่องจากทารกส่วนใหญ่ได้รับการตรวจหัวใจหลังคลอด ทำให้การแก้ไขปัญหาได้ค่อนข้างยาก  ดังนั้นทางสาขาวิชาเวชศาสตร์มารดาและทารกจึงให้ความสำคัญกับการคัดกรองโรคหัวใจทารกในครรภ์ในระยะต้น  เพื่อลดความพิการโดยกำเนิดได้       ซึ่งโดยมาตรฐานควรได้รับการตรวจครรภ์เพื่อคัดกรองเด็กทารกในไตรมาสที่ 2  อายุครรภ์ตั้งแต่ 14   ถึง 28 สัปดาห์เป็นต้นไป  ซึ่งเป็นช่วงที่หัวใจทารกโตพอที่จะทำให้การตรวจอัลตราซาวด์เห็นรายละเอียดโครงสร้างหัวใจทารกในครรภ์ได้ ดังนั้นทีมงานเวชศาสตร์มารดาและทารก ภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงอุปกรณ์เทคโนโลยีอัลตราซาวด์ที่ทันสมัย  ให้เป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมแพทย์ต่อยอด เฉพาะทางเวชศาสตร์มารดาและทารก ให้มีความเชี่ยวชาญด้านประสบการณ์ ทักษะ ความคุ้นเคย  และมีหลักการในการตรวจค้นหาอย่างเป็นระบบ พร้อมศึกษาต่อยอดการฝึกอบรมแพทย์และพยาบาลเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง  แบ่งปันประสบการณ์ เทคนิค และการปรับตัวเรียนรู้ไปตามวิทยาการและเทคโนโลยีเครื่องมืออัลตราซาวด์ และทักษะเชิงลึกด้านการตรวจหัวใจทารกในครรภ์ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อการวินิจฉัยก่อนคลอดและวางแผนการดูแลรักษาตั้งแต่อายุครรภ์ยังน้อย หรือส่งตัวผู้ป่วยไปสู่การดูแลรักษาต่อไป อย่างไรก็ตาม หากมีสูติ-นรีเวช ที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญระดับสูง  ที่สามารถตรวจทารกในครรภ์ได้ [&hellip

เรื่องง่าย ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาว โดย พญ.ธมนต์พร ชัยศิริรัตน์

เรื่องง่าย ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาว  โดย พญ.ธมนต์พร ชัยศิริรัตน์   เดี๋ยวนี้ผู้คนมากมายต่างสนใจว่าคนที่อายุยืนนั้น. กินอยู่อย่างไร? ทำไมอายุถึงยืนยาวนับร้อยปี แล้วคนที่อายุสั้นล่ะ เกิดจากอะไร? ทำไมถึงอายุสั้นกว่าคนทั่วไป. ถ้าไม่นับการตายหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุหรือโรคที่เป็นมาแต่กำเนิด ทำไมคนดังๆหลายคนอายุไม่ยืน! ยกตัวอย่างเช่น นักร้องดังในอดีต เอลวิส เพรสลี่ , ไมเคิล แจ็ตสัน, สตีปจ็อบ, เต๋อเรวัติ วุฒินันท์, อิทธิ พลางกูล คนเก่งคนฉลาด คิดเยอะคิดมาก มักอายุไม่ยืน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น สาเหตุหลักๆน่าจะมีอยู่ว่า 1.คนเก่ง ฉลาดที่ช่างคิด ช่างจินตนาการ มักไม่อยู่กับโลกปัจจุบัน ความคิดส่วนใหญ่อยู่กับอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่มาถึง. ทำให้อารมณ์ความคิดและจินตนาการไปต่างๆนาๆเพื่อทำให้ฝันนั้นกลายเป็นจริง. และแน่นอน การใช้พลังความคิดที่ยาวนานจนเป็นนิสัย. อาจสร้างวงจรของความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้นในร่างกาย ยกตัวอย่างชัดๆ เราคงเคยเห็นคนบ้าหรือโรคจิต คุ้ยอาหารในกองขยะกินทั้งวัน ก็ไม่เห็นท้องเสีย. เดินไม่ใส่รองเท้าก็ไม่เห็นเป็นแผล เสื้อผ้าสกปรก เนื้อตัวเหม็นเพราะไม่เคยอาบน้ำ ก็ไม่เห็นเป็นโรคเรื้อโรคสะเก็ดเงิน ผมเผ้ารุงรังก็ไม่เห็นหัวล้าน เดินทั้งวันก็ไม่เห็นเป็นโรคเข่าเสื่อม คำตอบคือคนบ้า จะมีจิตอยู่กับปัจจุบัน จำอดีตไม่ได้และไม่สนใจอนาคต เมื่อรู้สึกท้องหิวก็หาอาหารกินโดยไม่สนใจว่าจะอร่อยหรือเปล่า เมื่อยก็นั่งพักโดยไม่สนใจว่าจะมีเก้าอี้หรือไม่ ง่วงก็นอนทันทีโดยไม่แค ว่าใครจะจ้องมองอยู่. นั่นหมายความว่าคนบ้า ดำเนินชีวิตประจำวันตามที่ร่างกายต้องการ โดยไม่มีการปรุงแต่งหรือโหยหาอะไรที่มากไปกว่าสิ่งที่ทำให้ตัวเองอยู่รอด ไม่มีความเครียด ไม่วิตกกังวลว่าจะมีงานทำมั้ย ต้องมีรถมีบ้าน. ต้องผ่อนส่งธนาคาร. ความเครียดแฝงต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นกันคนปกติ และทำให้เราต้องบังคับใจบังคับกายให้ต้องทำในสิ่งที่เราไม่อยากทำ เช่นพนักงานขายของตามห้างสรรพสินค้า. ต้องใส่รองเท้าส้นสูงยืนเฝ้าร้านตั้งแต่เช้ายันเย็น. [&hellip

การฝังเข็มรักษาฝ้า ทางเลือกใหม่สำหรับคุณ ปรึกษา…ธมนต์พรคลินิกเวชกรรม คลิก!!

การฝังเข็มรักษาฝ้า ทางเลือกใหม่สำหรับคุณ ปรึกษา…ธมนต์พรคลินิกเวชกรรม คลิก!! เป็นการฝังเข็มบริเวณผิวหน้า ซึ่งเป็นเข็มชนิดพิเศษ และมีขนาดเล็กกว่าเข็มที่ฝังบริเวณอื่นๆ โดยทั่วไปแพทย์จะฝังเข็มล้อมบริเวณที่เป็นฝ้า เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการซ่อมแซม และเพิ่มการไหลเวียนของระบบเลือดและน้ำเหลืองที่บริเวณนั้น เป็นวิธีการรักษาโดยกลไกธรรมชาติของร่างกาย ซึ่งคล้ายกับการเกิดรอยดำทั่วไป ร่างกายก็มีกลไกในการรักษาตัวเอง ทำให้รอยเหล่านั้นจางหายได้เอง การรักษาโดยการฝังเข็มก็เช่นกัน เพียงแต่เข็มไปช่วยกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาซ่อมแซมตนเอง จึงทำให้ฝ้าจางหายไปได้ โดยมากแล้วจะฝังเข็มสัปดาห์ละ1-2ครั้ง ต่อเนื่องประมาณ10ครั้ง แพทย์อาจฝังเข็มบริเวณอื่นๆด้วย เพื่อปรับสมดุลของอวัยวะภายในที่เสียสมดุลไป ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้การไหลเวียนของระบบเลือดและน้ำเหลืองผิดปกติ        การฝังเข็มรักษาฝ้า ฝังรอบบริเวณที่เกิดฝ้า “การฝังเข็มเพื่อรักษาฝ้า เราจะฝังเข็มบริเวณที่เป็นฝ้าเลย เช่น ถ้าฝ้าเป็นปื้นๆ เป็นแผ่น เราก็จะรักษาด้วยการฝังไปที่รอบแผ่นฝ้า นอกจากนี้อาจต้องฝังตำแหน่งอื่นร่วมด้วยเช่น ฝังที่แขนขา ร่วมด้วยเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดี การรักษาฝ้าก็จะได้ผลดียิ่งขึ้น ซึ่งการรักษาฝ้าทำเพียง 1-2 ครั้ง ก็เริ่มเห็นผลแล้วว่าฝ้าจางลง ดังนั้นบางคนทำสัก 5-6 ครั้ง ฝ้าก็หายหมด แต่บางคนต้องทำถึง 10 ครั้งถึงจะหาย” ทว่าฝ้าจะกลับมากวนใจอีกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่ที่การดูแลตัวของ และกรรมพันธุ์ของแต่ละคนด้วย “ถามว่าฝ้าจะหายถาวรมั้ย อันนี้ต้องแล้วแต่การดูแลตัวเองของคนไข้ รวมถึงระยะเวลาที่เป็นฝ้าด้วย เช่น คนที่เป็นมานานแล้ว หรือเป็นเรื้อรังจะรักษายากกว่าคนที่เพิ่งเป็น นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับสาเหตุด้วยว่าฝ้านั้นเกิดจากอะไร เช่นถ้าเกิดจากกรรมพันธุ์ ฝ้าก็อาจจะขึ้นมาอีกได้ แต่ถ้าเป็นฝ้าที่เกิดจากแดด หากคนไข้ดูแลตัวเองดี ทาครีมกันแดดเยอะๆ เลี่ยงแดดได้ ฝ้าก็อาจจะหายแล้วหายเลย ไม่กลับมาเป็นอีก” เกร็ดน่ารู้การฝังเข็มที่ใบหน้า         ก่อนรับบริการฝังเข็ม ควรล้างหน้าให้สะอาด แต่หากไม่สะดวกล้างหน้า หมอจะใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ เช็ดให้บริเวณที่จะฝังเข็ม         ก่อนฝังเข็มที่ใบหน้าหากมีแผล ควรรักษาแผลสดบนใบหน้าให้หายเสียก่อน         การฝังเข็ม [&hellip

บำบัดมะเร็งแบบธรรมชาติ…มะเร็ง ข้อมูลที่ไม่ควรพลาด

บำบัดมะเร็งแบบธรรมชาติ…มะเร็ง ข้อมูลที่ไม่ควรพลาด   แชร์ข้อมูลนี้ ให้กับผู้อื่นต่อไปให้มากที่สุดที่คุณจะทำได้ การป้องกันและรักษาตนเองให้หายจากมะเร็ง เป็นสิ่งที่ง่ายดายเสียจนแทบจะเป็นเรื่องตลกอย่างเหลือเชื่อ ดร.ชนิสา อรรถจินดา Chanisa Arthachinda, Ph.D. มะเร็ง คือ ธรรมชาติของการปรับตัวของเซลล์ อันเนื่องมาจากการที่เลือดของเรา กลายเป็นพิษเกินกว่าที่เซลล์จะมีชีวิตต่อไปได้ ถ้าหากเซลล์เหล่านั้นไม่ปรับตัว เซลล์เหล่านั้นจะป่วยและตาย เซลล์เหล่านั้นจึงตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยการผ่าเหล่า เพราะเซลล์ในร่างกายมนุษย์มีความสามารถที่จะปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลง การปรับตัวของเซลล์จึงเป็นสิ่งที่เป็นธรรมชาติ เป็นที่น่าเสียดายว่าคุณหมอทั่วโลกบอกกับเราว่าวิธีการรักษามะเร็ง คือ การบำบัดด้วยคีโมหรือการทำลายเซลล์มะเร็งด้วยรังสี แต่สิ่งที่คุณหมอไม่ได้บอกเราคือทำไมเซลล์มะเร็งจึงผ่าเหล่าตั้งแต่แรก? อย่างไรก็ตาม  เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปเซลล์อีกจำนวนมาก ก็จะผ่าเหล่าต่อไปอีกไม่เร็วก็ช้า นั่นเป็นสาเหตุที่เราพบเห็นผู้ป่วยมะเร็งถูกให้คีโมดีขึ้นเพียงชั่วคราวแล้วกลับทรุดลงไปใหม่อีก จากมุมมองของเซลล์หากมันไม่ผ่าเหล่ามันจะต้องตาย การผ่าเหล่าของเซลล์จึงเป็นธรรมชาติ มะเร็งแท้จริงแล้ว คือ วิวัฒนาการของกลุ่มเซลล์ที่พยายามรอดตายจากสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ แต่ทั้งหมดนี้ก็กลายเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เพราะเซลล์เหล่านั้นลงเอยด้วยการฆ่าร่างกาย แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นที่แท้จริง มะเร็ง คือ วิวัฒนาการของกลุ่มเซลล์ที่พยายามจะรอดตายในสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษอย่างสูง เราต้องพยายามทำความเข้าใจ ในประเด็นนี้ให้ชัดเจน การพยายามฆ่าเซลล์เหล่านั้นโดยไม่ได้เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม เปรียบได้กับการฆ่าแมลงวัน โดยไม่ได้พยายามเอาขยะออกไป คุณจะลงมืออย่างฉับพลัน เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมของคุณอย่างรวดเร็วได้อย่างไร มีวิธีการง่ายๆ ด้วยกัน 3 วิธีคือ: วิธีที่ 1 หายใจลึกๆ – หายใจลึกๆ สิ่งแรกที่กระตุ้นให้เซลล์ผ่าเหล่าและกลายเป็นเซลล์มะเร็ง คือ การขาดออกซิเจน เซลล์มะเร็งปรับตัวเพื่อรอดชีวิตในสภาพแวดล้อมที่มีระดับออกซิเจนต่ำ ยิ่งมีออกซิเจนต่ำเท่าไร เซลล์มะเร็งก็ยิ่งเติบโตได้มากขึ้นเท่านั้น เพราะนี่คือวิวัฒนาการ ของเซลล์ ที่ปกติต้องการจะรอดชีวิตอยู่ได้ในสภาพแวดล้อมที่มีระดับออกซิเจนต่ำ วิธีแก้ไขคือ หายใจลึกๆ ซึ่งเป็นการออกกำลังง่ายๆ ที่ทำได้ทุกเช้า เพื่อเพิ่มระดับออกซิเจนให้กับเลือด [&hellip

เปิดบริการแล้ว …ชมนาด นวดแผนไทยและสปาสาขาเชียงใหม่ บริหารงานโดย ชมนาด (ออมมี่)

เปิดบริการแล้ว …ชมนาด นวดแผนไทยและสปา สาขาเชียงใหม่บริหารงานโดย ชมนาด(ออมมี่) “ชมนาด” เป็นไม้ดอกที่ให้กลิ่นหอมของข้าวใหม่มีกลิ่นหอมแรง และนานทนอยู่หลายวัน กลิ่นหอมแรงเป็นพิเศษช่วงหัวค่ำ กลิ่นหอมของชมนาดคล้ายกับ กลิ่นใบข้าวอ่อน หรือข้าวหอมหุงใหม่ๆ ประโยชน์ของชมนาด ในทางสมุนไพร ชมนาดมีน้ำยางสีขาวค่อนข้างข้นเหนียว สามารถนำไปใช้เป็นยาได้ โดยนำไปรักษาบาดแผลภายนอก ทำยาถ่ายอย่างแรง ทำให้อาเจียนเพื่อถ่ายน้ำเหลือง ใช้กระตุ้นกล้ามเนื้อลาย เพิ่มความดันเลือด กระตุ้นมดลูก และนี่เป็นที่มาของ “ชมนาด” นวดแผนไทยและสปา สาขาเชียงใหม่ ซึ่งร้านนวดแผนไทยและสปานี้ได้เปิดเป็น ศูนย์ฝึกอบรมการนวดแผนไทยและสปาไปในตัวด้วย โดยได้รับมอบใบประกาศนียบัตรจากสมาคมแพทย์แผนไทยกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมจากที่นี่สามารถสมัครงานได้ทั่วโลก และสามารถเปิดกิจการนวดหรือโรงเรียนสอนนวดได้โดยจะได้รับใบประกาศนียบัตรทั้งภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษ เพื่อรับรองคุณภาพ ทางทีมงาน CNX NEWS ขอแนะนำผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ของ ชมนาด นวดแผนไทยและสปา จะหนีใครไปไม่ได้นั่นก็คือ คุณชมนาด (ออมมี่ ) ซึ่งทางทีมงานขอเรียกว่าคุณออม ซึ่งคุณออมเป็นเจ้าของร้านที่อาศัยอยู่ต่างประเทศที่ USA ซึ่งการทำงานข้ามทวีปแบบนี้ทำให้เธอต้องทำการบ้านอย่างหนักเป็นสองเท่า ตั้งแต่การเลือกทำเล การตกแต่งร้าน หรือการคัดสรรผลิตภัณฑ์ทุกอย่างที่ให้บริการลูกค้าในร้าน จะใช้วิธีติดต่อทาง CCTV ตลอด ซึ่งถือว่าเป็นคนที่ทุ่มเทและใส่ใจกับกิจการเป็นที่สุดค่ะ คุณออมเล่าว่าเธอเองอาศัยอยู่ USA เป็นเวลานานและด้วยความที่เป็นคนชอบนวดเป็นชีวิตจิตใจ เสร็จงานปุ๊บก็จะแวะนวดหรือ สปาบ่อยๆ และได้ใช้บริการจากหลาย ๆ ชนชาติ ทำให้เธอมั่นใจและยืนยันได้ว่าการนวดที่ดีและได้ผลที่สุดคือ การนวดแผนไทย เธอจึงมีวิศัยทัศน์ที่อยากจะนำมาซึ่งการรักษาขนบธรรมเนียมไทยรวมถึงศิลปะการนวดเพื่อสุขภาพและการผ่อนคลายให้แก่ทุกท่านที่แสวงหาการพักผ่อนตามแบบฉบับของการนวดไทย และนี่คือเหตุผลที่เธอตัดสินใจก่อตั้งชมนาดขึ้นมาเพื่อบริการลูกค้าชาวเชียงใหม่ เป็นสาขาแรก และมี อาจารย์วรางคณา จันทรังษ์ [&hellip

“มันแทนกันได้!”เครื่องสำอางราคาเบาๆ

“มันแทนกันได้!”เครื่องสำอางราคาเบาๆ แต่คุณภาพเคาน์เตอร์แบรนด์ ที่หาซื้อได้ในไทย    จะจ่ายแพงไปทำไม ในเมื่อมีสิ่งที่ถูกกว่า แถมคุณภาพเหมือนกันเป๊ะๆ เรามาดูกันดีกว่าว่ามีเครื่องสำอางชิ้นไหนว่าที่เรียกได้ว่าเป็น “ตัวตายตัวแทน” กับเครื่องสำอางราคาเบาๆ แต่คุณภาพเทียบเท่าเครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์! และที่สำคัญหาซื้อในไทยได้สบายๆ แบบไม่ต้องกระวนกระวายหาร้านพรีออเดอร์ให้เหนื่อยเลย! ที่มา http://www.cosmenet.in.th/th/cosmeintrend/?SECTION_ID=2155&ELEMENT_ID=21562 สำนักข่าว CNX NEWS เจาะข่าว ตรงใจคุณ

มะนาว+น้ำเต้าหู้ อาหารเสริมอายุวัฒนะ

มะนาว+น้ำเต้าหู้ อาหารเสริมอายุวัฒนะ     น้ำเต้าหู้ 1ถุง ไม่ใส่น้ำตาล ไม่เย็น ไม่ร้อน บวกกับมะนาว1ลูกแล้วคนให้ เข้ากัน ลักษณะของ น้ำเต้าหู้จะเปลี่ยนไปเป็นไขขุ่น คล้ายซีลีแลค หรือ คล้ายๆ วุ้นเละๆ หรือ โจ๊ก หน้าตาจะไม่สวยแต่คุณค่าสูง นพ.สมเกียรติ อธิคมกุลชัย จักษุแพทย์ โรงพยาบาลเอกชัย จ.สมุทรสาคร ได้แนะนำคนไข้ดื่มน้ำนมถั่วเหลือง + ผสมน้ำมะนาวอาหารเสริมอายุวัฒนะสรรพคุณโดยรวม..เป็นอาหารเสริมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพของร่างกายสมอง และสายตา หากดื่มเป็นประจำทุกวัน มีสรรพคุณที่โดดเด่นดังต่อไปนี้ คือ 1.ช่วยให้ระบบเส้นเลือดฝอยทั่วร่างกาย มีความยืดหยุ่นดี ไม่เปราะหรือแตกง่าย ดังนั้น คนที่มีปัญหาเส้นเลือดฝอยเปราะ แตกง่าย และมีเลือดออกตามร่างกาย เช่น เลือดออกที่ใต้เยื่อบุตาขาว หรือในผู้หญิงที่มักจะเกิดรอยจ้ำ เขียวช้ำเวลาถูกกระทบกระแทกหรือในผู้สูงอายุที่มักจะมีเลือดออกใต้ผิวหนัง ก็ช่วยให้ดีขึ้น และยังเชื่อว่าสามารถป้องกัน โรคเส้นเลือดในสมองตีบตัน หรือแตกได้เช่นกัน (ป้องกันโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต) 2.ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง ต้านทานโรคติดเชื้อได้ดี ไม่เจ็บป่วยง่าย เช่น ในคนที่เป็นโรคเริมที่ริมฝีปากหรือบริเวณอวัยวะเพศ จะช่วยลดหรือหยุดการกำเริบซ้ำได้ หรือในรายที่ภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดี เป็นไข้ ไอ เจ็บคอบ่อยๆ ก็จะช่วยให้อัตราการป่วยลดลงได้เช่นกัน 3.ช่วยส่งเสริมระบบไหลเวียน เลือด ทำให้อวัยวะต่างๆของร่างกายทำงานได้เต็มที่ สมองแจ่มใส ไม่มึนงง ร่างกายสดชื่น (ผู้สูงอายุที่มีอาการมึนงง เซื่องซึม และเดินเซ จะเห็น การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นชัดเจน ) [&hellip

โรงพยาบาลธรรมชาติ หัวจรดเท้ารักษาเองได้ก่อนไปหาหมอ

โรงพยาบาลธรรมชาติ หัวจรดเท้ารักษาเองได้ก่อนไปหาหมอ ๑. ไขมันในเลือดสูง แทนที่จะหายามากินให้ปวดหัวตับพัง ก็หากระเทียมสดมากินสักวันละ 10 กลีบกับกินหอมหัวใหญ่สดวันละครึ่งหัว  ๒. ปวดหัว ให้หาผักคะน้าหรือปวยเล้ง (แมกนีเซียม) กินวันละ ๕ ขีดและกินปลาทูอีกวันละ ๒ ตัว (น้ำมันปลาลดการอักเสบได้) หรือจะชงโกโก้กินหน่อยก็ช่วยได้ค่ะ  ๓. เป็นหวัด ไอ จามบ่อย ให้หมั่นแปรงลิ้นและกิน กระเทียม หอม พริกให้มากเข้าไว้ ๔. ภูมิแพ้ แค่กินฝรั่งวันละ ๕ ชิ้นกับเมล็ดฟักทองวันละ ๑ กำมือ (สังกะสี) ๕. แพ้ฝุ่นละออง ไรฝุ่น หาโยเกิร์ตแบบรสธรรมชาติและนมเปรี้ยวไม่หวานจัดมากิน ๖. โรคหืดหอบ ไอเรื้อรัง กินต้มยำไก่, กินหัวหอมใหญ่ หอมแดงต้นหอมและเอาหอมซุก ไว้ใต้หมอน ๗. ไขข้ออักเสบ หาปลาเนื้อมันกินวันละ ๒ ขีด เช่นปลาทู, ปลาสวาย, ปลาแซลม่อน, ปลาซาร์ดีน, ปลาทูน่าหรือแม้แต่ปลากระป๋อง ๘. กระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยให้กินน้ำกระเจี๊ยบไม่หวานจัดวันละ ๓ มื้อ หรือน้ำแครนเบอรี่ ของฝรั่งในปริมาณเท่ากัน ( เปรี้ยวจัดมาก) ๙. ท้องอืด แก๊สมาก ให้กินกล้วยหักมุกปิ้งหรือขิงบ่อย ๆ ๑๐. ท้องผูก ชงน้ำผึ้งดื่มวันละ ๓ ช้อนโต๊ะ และให้กินน้ำมะขามต้มติดเนื้อมาก [&hellip

แพทย์ มช. เตือนกินลาบดิบ เสี่ยงหูดับ!

 แพทย์ มช. เตือนกินลาบดิบ เสี่ยงหูดับ!         ในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ประชาชนส่วนใหญ่มักนิยมรับประทานอาหารประจำถิ่น อย่างภาคเหนือและภาคอีสานมักฉลองกันด้วยเมนู ลาบ หลู้ หมูดิบ คู่กับการดื่มเหล้า ซึ่งการรับประทานหมูดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ เป็นสาเหตุทำให้ป่วยเป็นโรคไข้หูดับ หูหนวกถาวร หรือเสียชีวิตได้ ผศ.นพ. จารึก หาญประเสริฐพงษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูก จากภาควิชา โสต ศอ นาสิกวิทยา เปิดเผยว่า โรคไข้หูดับ เชื้อต้นเหตุชื่อ สเตรปโตคอคคัส ซูอิส อยู่ในจมูกและคอของหมูปกติ กรณีที่หมูอ่อนแอลงเชื้อจะทำให้หมูป่วย เมื่อคนไปสัมผัส  หรือกินเนื้อหมูป่วยที่ดิบ หรือสุกๆดิบๆ จะมีอาการภายใน3วัน คือมีไข้ ปวดศรีษะ ปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้ อาเจียน บางรายเดินเข ชัก ช๊อก มีจ้ำเลือดตามตัว ข้ออักเสบ หัวใจ ไตหรือตับวาย เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของเชื้อและความแข็งแรงของแต่ละบุคคล ส่วนใหญ่พบว่าผู้ป่วย กลุ่มแรกมักเกิดในคนที่ชอบกินลาบ หลู้ ล้า เนื้อหมูดิบ หรือสุกๆดิบๆ ตลอดจนผู้ที่ชื่นชอบรับประทานหมูกะทะปิ้งย่างแบบสุกๆดิบๆ วิธีการป้องกันนั้นควรเลือกซื้อหมูจากโรงฆ่าสัตว์ที่ได้มาตรฐาน เลือกที่สด ไม่มีสีแดงคล้ำ หรือมีเลือดคลั่งมากๆ การปรุงควรนำเนื้อหมูมาปรุงสุกเท่านั้น กลุ่มต่อมาคือ เกษตรกรเลี้ยงหมูที่ได้ใกล้ชิดกับหมูป่วยแล้วไม่ได้สวมถุงมือ ไม่สวมรองเท้าบูท สามารถป้องกันการติดเชื้อ โดยการหลีกเสี่ยงการสัมผัสหมูหรือซากหมูด้วยมือเปล่า [&hellip

มช. เตือน! ดื่มสุราช่วงปีใหม่ ระวังอาเจียนเป็นเลือดรุนแรง

มช. เตือน! ดื่มสุราช่วงปีใหม่ ระวังอาเจียนเป็นเลือดรุนแรง      แพทย์  มช. เตือนสิงห์นักดื่มช่วงสงกรานต์ระวัง!อาเจียนเป็นเลือดรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต “สุรา” วลีสั้นๆแต่เมื่อเผลอดื่มเพียงหนึ่งแก้วเท่ากับว่าคุณกำลังหยิบยื่น โรคตับ  โรคมะเร็งตับ โรคระบบทางเดินอาหาร เข้าสู่ร่างกาย เพราะเพียงเสี้ยววินาทีอาจคร่าชีวิตของคุณได้        อ.นพ.ภูริพงศ์  กิจดำรงธรรม  อาจารย์ประจำภาควิชาระบบทางเดินอาหาร ภาควิชาอายุศาสตร์   คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า  “การดื่มสุราในช่วงเทศกาลสงกรานต์อาจมองว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง ทั้งที่รู้ว่าการดื่มสุราก่อให้เกิดผลเสียทั้งด้านร่างกายและจิตใจ  ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร  ซึ่งอีกหนึ่งสาเหตุของการดื่มสุราเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง คือ ผลเสียต่ออวัยวะภายในร่างกายทำให้เกิดอาการอาเจียนเป็นเลือดอย่างรุนแรง  โดยสถิติคนไข้โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ที่มีอาการอาเจียนเป็นเลือดอย่างรุนแรงมีจำนวนมากถึง 300 รายต่อปี จำนวนเฉลี่ยเท่ากับ 1 วันต่อ1 คน และพบมากที่สุดในช่วงเดือนเมษายน  ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการดื่มสุราอย่างต่อเนื่องจำนวนมากเป็นประจำ แล้วอาเจียนบ่อยๆ     จนเกิดเลือดออกจากการฉีกขาดของเยื่อบุทางเดินอาหารส่งผลให้เกิดการอักเสบ บางรายที่พบและเป็นปัญหาในการรักษาอีกโรคคือ โรคตับแข็ง ซึ่งเป็นการเสียหายของตับที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้        ส่งผลให้เกิดโรคหลอดเลือดโป่งพองในหลอดอาหาร   โดยส่วนใหญ่ผู้ที่มีอาการอาเจียนเป็นเลือดเกิดจากหลายสาเหตุ คือ  เป็นแผลในกระเพาะอาหาร  แผลในลำไส้  รอยฉีกขาดบริเวณกระเพาะอาหาร           ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่แม้จะมีการส่องกล้อง  การกินยา  หรือการรักษาให้ดีขึ้น แต่ยังมีโอกาสที่จะเสียชีวิตจากการอาเจียนเป็นเลือดอย่างรุนแรงได้โดยประมาณ  10 %  และโรคหลอดเลือดอาหารโป่งพองมีโอกาสเสียชีวิตประมาณ  30 %    อัตราสูงขึ้นมาก  เพราะฉะนั้นการดื่มสุราเป็นสาเหตุที่จะเสียชีวิตได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้หากดื่มสุราเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะส่งผลให้ร่างกายได้รับสารกดประสาทส่งผลให้เกิดอาการหมดสติ  เช่น กรณีดื่มสุราอย่างต่อเนื่องช่วงเทศกาลสงกรานต์หากมีการหยุดดื่มสุราอย่างกระทันหันโอกาสการเกิดอาการซ๊อค  หมดสติจะมีผลกระทบต่อร่างกายโดยตรง  รวมถึงหากมีการดื่มเหล้าเถื่อนยังส่งผลให้ตาบอด  กรดในร่างกายสูงมากกว่าปกติและอาจเสียชีวิตได้ในที่สุด”        [&hellip

Page 1 of 41234