สกู๊ปพิเศษ | cnxnews ข่าวเชียงใหม่รายวัน ทันทุกสถานการณ์

Category : สกู๊ปพิเศษ

scoop213
ให้โอกาสคนจนสู้คดีอาญาแล้วประกันตัวไม่ต้องใช้หลักทรัพย์

สกู๊ปพิเศษ CNX NEWS ให้โอกาสคนจนสู้คดีอาญาแล้วประกันตัวไม่ต้องใช้หลักทรัพย์             ท่านผู้อ่านครับ เมื่อวันที่ 15 ม.ค. นายอธิคม อินทุภูติ เลขาธิการศาลยุติธรรม เป็นประธานเปิดงานสัมมนาสื่อมวลชนที่จ.กาญจนบุรี ในระหว่างการสัมมนา  ท่านเลขาฯระบุว่าศาลยุติธรรมมีการพัฒนาระบบการจัดการคดีให้มีประสิทธิภาพตลอดเวลา  เพื่อให้การพิจารณาคดีมีความรวดเร็วมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการปล่อยชั่วคราวหรือการประกันตัวจำเลยในระหว่างการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีในศาล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งส่วนใหญ่ศาลจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยต้องวางหลักทรัพย์หรือมีบุคคลค้ำประกัน            ท่านเลขาฯบอกอีกว่า จากสถิติผู้ต้องขังของกรมราชทัณฑ์เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2560 พบว่า มีผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างการสอบสวนและการพิจารณาของศาลมีจำนวนถึง 59,070 คน จากจำนวนผู้ต้องขังทั้งหมด 289,675 คน หรือ คิดเป็นร้อยละ 20.29 ของผู้ต้องขังทั้งหมด และพบว่าส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องขังที่พฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรง แต่ไม่มีหลักทรัพย์วางประกันจึงทำให้ถูกขังระหว่างการพิจารณา เรื่องนี้สำคัญมากแต่การปล่อยตัวชั่วคราวก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนพอสมควร ศาลยุติธรรมจึงได้นำระบบประเมินความเสี่ยงในการปล่อยชั่วคราวมาทดลองใช้ในระบบกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศไทย โดยมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการหลบหนีของจำเลย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของศาลตรวจสอบข้อมูลตามแบบฟอร์มที่กำหนดแล้วประเมินออกมาเป็นตัวเลขความเสี่ยงการหลบหนีเสียก่อน จึงนำเสนอให้ศาลพิจารณามีคำสั่งจะปล่อยชั่วคราวหรือไม่อย่างไร โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน ซึ่งจะนำมาใช้เฉพาะคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี โดยจะเริ่มโครงการทดลองวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 นี้ สำหรับวิธีการ นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม ระบุว่า การประเมินความเสี่ยงในการหลบหนีจะแบ่งออกเป็นระดับ คือ เสี่ยงมากที่สุดจนถึงเสี่ยงน้อยมากที่สุด โดยประเมินจากการตรวจประวัติการก่อเหตุอาชญากรพฤติการณ์ในคดี, ความเสี่ยงการหลบหนี, ความเสี่ยงการก่อเหตุซ้ำ, ความเสี่ยงการก่อให้เกิดอันตรายต่อสังคม, ความเสี่ยงที่จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และฐานข้อมูลส่วนตัวของบุคคลนั้น ประกอบกับการพิจารณาของผู้พิพากษา เช่น หากมีความเสี่ยงมาก ก็อาจจะปล่อย แต่ [&hellip

scoop213
ให้กู้10ล.ดอก 0.01% ธกส.ควัก2หมื่นล้านอัดสินเชื่อเกษตรแปลงใหญ่

สกู๊ปพิเศษ CNX NEWS ให้กู้10ล.ดอก 0.01% ธกส.ควัก2หมื่นล้านอัดสินเชื่อเกษตรแปลงใหญ่              มีข่าวสำคัญมาบอกครับ  อาทิตย์ก่อน คุณสุพัฒน์ เอี้ยวฉาย ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารฯมีมติเห็นชอบ โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ โดยให้การสนับสนุนสินเชื่อให้แก่สถาบันเกษตรกร ประกอบด้วยสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายหรือลงทุนในการพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ได้แก่ การทำพืชไร่ พืชสวน ผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น ปศุสัตว์และประมง ซึ่งขณะนี้มีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 2,000 กลุ่ม วงเงินให้สินเชื่อกลุ่มละไม่เกิน 10 ล้านบาท รวมเม็ดเงิน 20,000 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 3.01 ต่อปี โดยกลุ่มต่างๆที่กู้ต้องรับภาระดอกเบี้ยเองร้อยละ 0.01 ต่อปี และรัฐบาลช่วยชดเชยดอกเบี้ยให้อีกร้อยละ 3.0 ต่อปี ระยะเวลารวม 5 ปี โดยเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1พฤศจิกายน 2559 – 30 เมษายน 2570 จ่ายเงินกู้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2559 – 31 ธันวาคม 2564            ตอกย้ำนะครับ ดอกเบี้ยร้อยละ 3.01ต่อปี รัฐบาลออกให้ร้อยละ3.0 อีก 0.01 สถาบันเกษตรกรที่กู้รับภาระเอง ดอกเบี้ยแบบนี้ [&hellip

scoop213
เหลือเชื่อ ตลาดเด็ก การค้าใหม่ของโลก

สกู๊ปพิเศษ CNX NEWS สวัสดีปีใหม่ 2560 เหลือเชื่อ ตลาดเด็ก การค้าใหม่ของโลก                              ท่านผู้อ่านครับ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายท่านคงเคยได้ยินเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งสำคัญของประชากรโลกในคริสศตวรรษที่ 21 คือ ประชากรในหลายประเทศกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป) หรือ Aging Society แต่ ข้อมูลล่าสุดขององค์การสหประชาชาติ (United Nations : UN) พบว่า แม้จำนวนประชากรผู้สูงอายุโลกจะมีอัตราขยายตัวสูง  ยังมีกลุ่มผู้บริโภคอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความน่าสนใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือ ประชากรวัยเด็กโลก (อายุระหว่าง 0-14 ปี) เพราะมีจำนวนสูงถึงราว 1.92 พันล้านคนในปี 2558 คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 1 ใน 4 ของประชากรโลก หรือมากกว่าประชากรผู้สูงอายุกว่า 2 เท่าตัว และคาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มเป็น 1.98 พันล้านคน ในปี 2563 และพุ่งแตะระดับ 2.01 พันล้านคน ในปี 2568 ทำให้หลายประเทศเริ่มหันมาใส่ใจเพิ่มจำนวนประชากรในประเทศของตนมากขึ้น เพราะกังวลว่าโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป อาจเกิด ปัญหาขาดแคลนแรงงานหรือมีภาระค่าใช้จ่ายดูแลผู้สูงอายุมากขึ้นในอนาคต และ จีน (ประเทศที่มีประชากรวัยเด็กสูงเป็นอันดับ [&hellip

scoop213
สรรพากรไล่เช็กแสนราย ค้าออนไลน์เตรียมออกกฎหมาย เก็บภาษีการค้า

สกู๊ปพิเศษ CNX  NEWS  สรรพากรไล่เช็กแสนราย ค้าออนไลน์เตรียมออกกฎหมาย เก็บภาษีการค้า        ท่านผู้อ่านครับ ทุกวันนี้เราหายใจเป็นอินเตอร์เน็ทเราเล่นไลน์ เล่น เฟสบุ๊ก สื่อสารกัน และมีผู้คนจำนวนมากทำธุรกิจในโลกออนไลน์ไปพร้อมกัน ซึ่งการทำธุรกิจทุกประเภทเราทำกันแบบเสรี และไม่ต้องเสียภาษีอีกต่างหาก ทำกันมานานพอสมควรและนับวันจะทำกันมากขึ้น ตัวเลขของคนทำธุรกิจบนโลกอินเตอร์เน็ทว่ากันว่ามีนับแสนรายเพราะฉะนั้นต่อไปนี้ คนทำธุรกิจออนไลน์จะต้องเข้าสู่กระบวนการที่เป็นธรรม คือจะต้องเสียภาษีกันแล้วครับ เรื่องจะเป็นอย่างไร โปรดติดตาม                คุณประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2559 ว่า ขณะนี้ กรมสรรพากรอยู่ระหว่างร่างกฎหมายจัดเก็บภาษีให้ครอบคลุมธุรกรรมการค้าและการเงินบนโลกออนไลน์ คาดว่าจะเสนอร่างกฎหมายให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมติได้ในปี 2560 ก่อนนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) พิจารณาในลำดับต่อไป               อธิบดีกรมสรรพากร บอกอีกว่า ขณะนี้การร่างกฎหมายอยู่ในขั้นตอนปรับร่างเนื้อหา ได้เชิญผู้ที่มีส่วนได้เสียไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ในระบบไอที ระบบการเงิน มาระดมความคิด เพื่อให้การเขียนกฎหมายครอบคลุมและอยู่ภายใต้หลักการเดียว คือการจัดเก็บที่เป็นธรรมและสร้างความเท่าเทียม ทั้งบริษัทที่จัดตั้งในประเทศและจัดตั้งในต่างประเทศจะเน้นจัดเก็บภาษีจากธุรกิจออนไลน์ทุกรูปแบบ ทั้ง Apple Pay , อาลีเพย์ บิทคอยน์ รวมถึงกิจกรรมการค้าและโฆษณาผ่าน เฟซบุ๊ก และ กูเกิ้ล           “ในอนาคตจะมีการค้ารูปแบบใหม่ๆเกิดขึ้น การเขียนกฎหมายจะต้องทำให้ครอบคลุม เพราะหากมีกิจกรรมการค้าก่อให้เกิดรายได้ขึ้นในประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามคุณก็มีหน้าที่เสียภาษีให้กับประเทศไทยเท่านั้น”คุณสมประสงค์ กล่าว ส่วนในร่างกฎหมายฉบับนี้เบื้องต้นกรมสรรพากรแบ่งกลุ่มเป้าหมายออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1.กลุ่มที่ทำธุรกิจออนไลน์และมีธุรกิจที่จดทะเบียนภายในประเทศ และกลุ่มที่ 2.กลุ่มธุรกิจออนไลน์แต่มีสถานประกอบการหรือจดทะเบียนจัดตั้งในต่างประเทศ ส่วน ธุรกิจออนไลน์ในไทยแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ [&hellip

scoop213
10 คดีสุดสยองของเชียงใหม่ โดย CNXNEWS.NET

10 คดีสุดสยองของเชียงใหม่ โดยเว็บไซด์ ซี.เอ็น.เอ็กซ์ นิวส์ดอทเน็ต CNXNEWS.NET คดีที่ 1 เป็นคดีที่พบศพหญิงสาวถูกฆ่าตายในเกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งในเชียงใหม่ โดยสภาพศพถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมมีเลือดไหลนองเต็มห้องพัก เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2555  พ.ต.ท.สุพจน์ ฉลาด พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ รับแจ้งเหตุพบศพหญิงสาวเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพัก เลขที่ 204 ซึ่งเป็นเกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งย่าน ถ.คชสาร ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่     เกสต์เฮ้าส์ลักษณะเป็นเรือนไม้ 3 ชั้น ในห้องพักชั้นสอง เลขที่ 204 ทราบชื่อผู้ตายภายหลังคือ นางดวงเดือน ฮาร์ริส อายุ 41 ปี ที่อยู่ 17 ซ.6 (ถนนสุขเกษม) ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ซี่งเป็นเจ้าของร้านมิดไนท์บาร์ ย่านถนนลอยเคราะห์  อ.เมืองเชียงใหม่  ลักษณะศพนอนคว่ำหน้าอยู่บนที่นอนภายในห้องพัก บริเวณรอบศพมีเลือดไหลท่วมเต็มที่นอนและมีหมอนสีขาววางปิดทับศรีษะไว้   ใกล้กับศพมีเศษขวดเบียร์แตกกระจายไปทั่ว และข้างเตียงพบถุงยางอนามัยใช้แล้วตกอยู่ 1 ชิ้น นอกจากนี้ยังพบถุงยางอีก 1 ชิ้นอยู่ภายในห้องน้ำและยังพบผ้าขนหนูสีขาวเปื้อนคราบเลือดพาดไว้ในห้องน้ำห้องดังกล่าว ขณะเดียวกันเมื่อเจ้าหน้าที่และทีมแพทย์ได้ทำการชันสูตรพลิกศพเพื่อทำการตรวจสอบศพผู้ตายอย่างละเอียด พบว่า บริเวณไหลขวาด้านหลังมีร่องรอยฟกช้ำ ขณะเดียวกันที่ศรีษะยังมีบาดแผลที่ถูกทุบด้วยของแข็ง อีกทั้งบริเวณลำคอยังมีร่องรอยการใช้เชือกรัดและถูกของมีคมปาดจนเป็นแผลแผลเหวอะหวะ หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ก็ได้ ไล่ล่าหาตัวผู้ต้องหาได้เกือบหวุดหวิดก่อนหนีออกนอกประเทศ  โดย พ.ต.ท.ไกรศรี จุฬพรรค์ [&hellip

scoop213
สมาคมธนาคารออกกฎเหล็ก คุมแบงค์ยืนยันไม่บังคับลูกค้าซื้อประกัน

สกู๊ปพิเศษ CNX NEWS สมาคมธนาคารออกกฎเหล็ก คุมแบงค์ยืนยันไม่บังคับลูกค้าซื้อประกัน              ท่านผู้อ่านครับ ร้องเรียนกันมามากเหลือเกินว่าเวลาไปติดต่อธุรกรรมกับธนาคารพาณิชย์เอกชนหรือของรัฐฯจะถูกพนักงานเกลี้ยกล่อมแกมบังคับให้ซื้อประกัน หรือบางครั้งก็จะมีโทรศัพท์เข้ามามาชักชวนให้ทำประกันโดยเราไม่ทราบว่า หมายเลขโทรศัพท์ของเรา เขารู้ได้อย่างไร  สร้างความเดือดร้อนรำคาญกันทั่วหน้า บางรายก็เสียเงินไปแล้ว ทั้งที่ยังไม่รู้รายละเอียด เพราะเขาใช้วิธีการในระบบออนไลน์ คือตัดต่อเอาคำพูดคำสนทนาของเราในระหว่างสนทนา เช่น สนใจใหม ถ้าเราตอบว่า สนใจ หมายความว่าเราตอบรับและเมื่อเขาถามต่อถึงระบบการชำระเงิน เถ้าเรามีบัตรเครดิตและหลงเชื่อบอกไป ระบบจะสามารถหักบัญชีจากบัตรของเราได้ วันนี้ เรามีความคืบหน้ามาฝากกันครับ มีรายงานว่าเรื่องนี้ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาหาทางแก้ปัญหา หลังจากถูกร้องเรียนมามาก และเห็นว่า ควรแก้ไขเพิ่มเติม พรบ.ประกันชีวิตฉบับที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เพื่อมีข้อห้ามและมีบทลงโทษการขายประกันโดยผู้เอาประกันไม่เต็มใจซึ่งรายงานแจ้งว่า เมื่อวันที่20 ธันวาคม 2559 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันชีวิตฉบับแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว พร้อมนำเสนอต่อ สภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อพิจารณาต่อไป           สรุปสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ประกันชีวิตพ.ศ.2535 และพ.ร.บ.ประกันวินาศภัย พ.ศ.2535กฎหมายที่แก้ไขใหม่จะครอบคลุมถึงการดูแล พฤติกรรมการขายประกันผ่านทางโทรศัพท์ และให้ดูแลการบังคับขายประกันผ่านธนาคาร เมื่อลูกค้ามีการกู้เงินด้วย            คุณปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า นอกจากการแก้ไขพ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับประกันชีวิต-ประกันวินาศภัย รวมถึงคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ออกกฎระเบียบมาบังคับแล้ว สมาคมธนาคารไทยยังได้เพิ่มกฎเหล็ก12 ข้อปฏิบัติ ที่ให้ธนาคารสมาชิกปฎิบัติตาม โดยจะมีการบันทึกข้อตกลง (MOU) ในช่วงต้นปี 2560เพื่อให้การขายผลิตภัณฑ์เป็นไปตามหลักการและกฎเกณฑ์ที่กำหนดให้เป็นมาตรฐานเดียวกันเพราะที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนในเรื่องการบังคับขายหรือขายพ่วงประกันค่อนข้างมาก           สำหรับความเข้าใจผิดของลูกค้าธนาคารว่า [&hellip

scoop213
การค้ากับพม่า ง่าย หลังเมกาปลดล๊อกชวนนายทุนไทยลุยโกยเงิน

สกู๊ปพิเศษ CNX NEWS  การค้ากับพม่า ง่าย หลังเมกาปลดล๊อกชวนนายทุนไทยลุยโกยเงิน          ท่านผู้อ่านครับ วันนี้พาไปส่องตลาดการค้าพม่าหรือเมียนม่า ครับ ซึ่งฝ่ายวิชาการของธนาคารเพื่อการส่งออกและการนำเข้าหรือ ธสน. หรือ  EXIM BANK เขาไปสำรวจมาและประมวลผลการสำรวจเผยแพร่ต่อสาธารณชนครับ รายงานบอกว่า ความพยายามในการปฏิรูปประเทศสู่เส้นทางประชาธิปไตยของเมียนมาได้รับการยอมรับจากนานาชาติมากขึ้นเป็นลำดับ นับตั้งแต่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของนางอองซาน ซูจี ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 และล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2559 สหรัฐฯ ประกาศยกเลิกคำสั่งฉุกเฉิน (National Emergency) หรือมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อเมียนมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งรวมถึงการถอดรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกองทัพของเมียนมาออกจากบัญชีบุคคลต้องห้าม หรือ Specially Designated Nationals and Blocked Persons (SDN) List ของสหรัฐฯ ยกเว้นบุคคล/นิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและค้าอาวุธตลอดจนการคืนสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (Generalized System of Preferences : GSP) หลังจากเมียนมาถูกถอนชื่อออกจากกลุ่มประเทศที่ได้รับสิทธิ์ GSP จากสหรัฐฯ เมื่อปี 2532 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่13 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้นไป นับเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนสู่เป้าหมายที่สหรัฐฯ ต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเมียนมาในทุกมิติ รวมถึงการยกระดับความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างกัน เรื่องนี้ รายงานบอกอีกว่า เป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการกำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในเมียนมาให้เหมาะสม เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสทางธุรกิจ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ได้ประกาศคืนสิทธิ์ [&hellip

scoop
แค่ 2558 ปีเดียวโจรคอมพิวเตอร์ดูดทรัพย์เหยื่อ3ล้านล้านดอลล์ไอที.ไทย สู้ๆๆพร้อมรับมือ

สกู๊ปพิเศษ CNX NEWS  แค่ 2558ปีเดียวโจรคอมพิวเตอร์ดูดทรัพย์เหยื่อ3ล้านล้านดอลล์ไอที.ไทย สู้ๆๆพร้อมรับมือ   ท่านผู้อ่านครับ ปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินหรือ FinTechก่อให้เกิดบริการทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ ที่ช่วยเพิ่มความสะดวก ลดต้นทุน และสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวกลับถูกนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น เห็นได้จากกรณีที่ Cybersecurity Ventures บริษัทวิจัยด้านความปลอดภัยของระบบไอทีชื่อดังของโลกรายงานว่าในปี 2558 อาชญากรรมในโลกไซเบอร์มีมูลค่าราว 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจนแตะระดับ 6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี2564 ถือว่าเป็นเรื่องน่าตกใจมาก            สำหรับประเทศไทยเรา ข้อมูลของศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ในประเทศไทย (ThaiCERT) พบว่าในปี 2558 มีหน่วยงานในประเทศไทยถึง 81 องค์กรที่ถูกโจรกรรมข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามกับความปลอดภัยของบริการทางการเงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์             เรื่องนี้ มีรายงานว่าสถาบันการเงินหลายแห่งทั่วโลกได้หันมาพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “Biometrics”แล้วครับ โปรดติดตามผมมา Biometrics มาจากคำว่า Bio ซึ่งแปลว่าสิ่งมีชีวิต และ Metric ซึ่งหมายถึงคุณลักษณะที่สามารถวัดได้ Biometrics คือ เทคโนโลยีที่ใช้คุณลักษณะของสิ่งมีชีวิตในการยืนยันตัวบุคคล อาทิ เสียง ลายนิ้วมือ ม่านตา เป็นต้น โดยจุดเด่นของเทคโนโลยีดังกล่าว คือมีความแม่นยำสูงมากในการระบุตัวตน สะท้อนจากอัตราการหลุดรอด   ของผู้แปลกปลอมจากการตรวจจับ (False Rejection Rate : FRR) อยู่ที่ 0.1% และอัตราการปฏิเสธการผ่านของผู้ใช้ที่ถูกต้อง (False Acceptance Rate [&hellip

scoop21
รัฐฯเบรก เงินหมื่นกว่าล้าน ยังไม่แจก คนจน5ล้านกว่าคน

รัฐฯเบรก เงินหมื่นกว่าล้าน ยังไม่แจก คนจน 5 ล้านกว่าคน                   ด่วนครับด่วน โปรดติดตามข่าวนี้ครับ                ข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ย.59 คุณสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการจ่ายเงินให้กับผู้ลงทะเบียนที่มีรายได้ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อปี เพื่อรับสวัสดิการของรัฐ กับสื่อมวลชน  ว่า กระทรวงการคลังจะเลื่อนวันเริ่มดำเนินการจ่ายเงินให้ผู้มีรายได้น้อยคนละ 1,500-3,000 บาท ตามจำนวนลงทะเบียน 8.3 ล้านคน เนื่องจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์กว่าหมื่นราย จึงสั่งการให้กรมสรรพากรทบทวนการตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้ง เพื่อให้แน่ชัดและไม่เกิดข้อผิดพลาด ซึ่งจะเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีสิทธิ์เสียประโยชน์ไป โดย เดิมทีจะเริ่มตั้งแต่ 1 ธ.ค.59 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นช่วงต้นเดือน มีการทำธุรกรรมผ่านระบบธนาคารเป็นจำนวนมาก ทั้งธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรกร (ธ.ก.ส.)         จึงต้องการให้เลื่อนการจ่ายเงินผู้มีรายได้น้อยออกไปอีก 1-2 วัน           คุณสมชัย กล่าวว่า อีกเรื่อง คือ การเลื่อนลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย หากได้รับนโยบายจาก รมว.คลังฯ  คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์  ก็จะดำเนินการให้เร็วกว่ากำหนดเดิมที่จะลงทะเบียนในช่วง 15 ก.ค. -15 ส.ค. ของทุกปี ซึ่งจะสอดคล้องกับการออกมาตรการลดค่าน้ำค่าไฟให้กับผู้มีรายได้น้อย จะดำเนินการหลังการลงทะเบียนรอบใหม่เสร็จเสียก่อน เพื่อให้ผู้ที่ได้ประโยชน์ครอบคลุมผู้ที่มีรายได้น้อยมากขึ้น จากข้อมูลเบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้รายได้น้อยทั้งหมดกว่า 10 [&hellip

scoop
รัฐฯ ทุ่มเงินกว่าหมื่นสองพันล้านแจกแหลกคนจน 5 ล้านกว่าคน

สกู๊ปพิเศษ CNX NEWS  รัฐฯ ทุ่มเงินกว่าหมื่นสองพันล้านแจกแหลกคนจน 5 ล้านกว่าคน   ท่านผู้อ่านครับ มีข่าวดีมาบอกกันอีกแล้ว เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2559คุณณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ โดยอนุมัติงบประมาณวงเงินรวม 12,750 ล้านบาท ให้กับผู้มีรายได้น้อยนอกภาคการเกษตรราว 5.4 ล้านคน ผ่าน 3 ธนาคาร ประกอบด้วย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย ซึ่งจะดำเนินการโอนเข้าบัญชีภายในระยะเวลาตั้งแต่ 1 ธ.ค.- 30 ธ.ค.59 สำหรับเงื่อนไขการได้รับสิทธิ์ ต้องลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีและเป็นผู้ว่างงาน หรือมีรายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี ในปี 2558 ซึ่งมีการตรวจสอบสถานะบุคคลและความถูกต้องของข้อมูลในเบื้องต้นจากกรมสรรพากร และกรมการปกครองแล้ว โดยให้ผู้มีรายได้น้อยที่ไม่ใช่เกษตรกร รายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี จะได้รายละ 3,000 บาท ผู้มีสิทธิ์ประมาณ 3.1 ล้านคน วงเงิน 9,300 ล้านบาท และผู้มีรายได้เกินกว่า 3 หมื่นบาทต่อปี แต่ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี จะได้รายละ 1,500 [&hellip

Page 1 of 2312345...1020...Last »