Print Friendly, PDF & Email

พนักงานสอบสวน สภ.สันป่าตองสั่งฟ้อง 5 ผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงแชร์ลูกโซ่ ส่งตัว

อัยการภาค 5

 

วันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน 2560 เวลาประมาณ 10.00 น. ตำรวจส่งสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหา5 รายในคดี “ร่วมกันฉ้อโกง,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.๒๕๒๗, พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐”

 

โดยพนักงานสอบสวน สภ.สันป่าตองเชียงใหม่ นำโดย พ.ต.ท.พรพิชิต รุ่งเรือง รอง ผกก.สอบสวน สภ.สันป่าตอง ได้นำส่งสำนวนพร้อมผู้ต้องหา 5 คนที่สำนักงานอัยการภาค 5 จ.เชียงใหม่ คดีแชร์ลูกโซ่ ซึ่งผู้ต้องหาเป็นนักธุรกิจใหญ่อยู่ อ.จอมทอง ความเสียหายในคดีนี้ประมาณ 50 ล้านบาท ซึ่งผู้เสียหายมีทั้งนักธุรกิจ ญาติของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ภาค 5 ประชาชนทั่วไป

 

พ.ต.ท.พรพิชิต รุ่งเรือง รอง ผกก.สอบสวน สภ.สันป่าตอง ได้เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน สภ.สันป่าตอง ได้นำสำนวนการสอบสวน พร้อมผู้ต้องหา 5 คน ประกอบด้วย นางจันจิรา หมื่นใจ, นายประยูร  หมื่นใจ, นายชนแดน  หมื่นใจ , นางสาวณกัญญา  หอวรรธกุล, และนางสาวพรพิมล  วงค์ตาทำ มายื่นสำนวนและนำตัวผู้ต้องหาส่งมอบตัว ต่ออัยการจังหวัดเชียงใหม่  โดยสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสันป่าตองมีคำสั่ง สั่งฟ้อง  ผู้ต้องหาทั้ง 5 คนว่าร่วมกันกระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,พระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.๒๕๒๗, พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐  ”  โดยผู้ต้องหาทั้งห้าคน มีพฤติการณ์ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายกับพวกรวมมากกว่า 20 คนให้นำเงินไปร่วมลงทุนโดยให้ผลตอบแทนในจำนวนที่สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนดต่อมาผู้ต้องหากับพวกไม่คืนเงินที่ผู้เสียหายลงทุน และไม่จ่ายเงินผลตอบแทนแก่ผู้เสียหาย  รวมค่าเสียหายทั้งสิ้น กว่า 50 ล้านบาทโดยผู้ต้องหาทั้ง 5 คนได้พูดชักชวนให้ผู้เสียหายต่างๆนำเงินมาร่วมลงทุนกับผู้ต้องหา  โดยใช้ชื่อในการลงทุนว่า  “ห้องข้าวโพดทอง หมื่นใจ” และ “ห้องลำไยทองคล้องใจ”    โดยให้ผู้สนใจลงทุนโอนเงินร่วมลงทุนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ต้องหากับพวกโดยผู้ต้องหากับพวกจะให้ผลตอบแทนเป็นรายสัปดาห์ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 20 และจะจ่ายผลตอบแทนให้เมื่อครบกำหนดตามแผนลงทุนที่ผู้ต้องหากับพวกกำหนดทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกและโอนเงินร่วมลงทุนเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ต้องหากับพวก

 

แต่ภายหลังปลายปี พ.ศ.2559 ผู้เสียหายหลายสิบคนเริ่มไม่ได้รับเงินตอบแทนแต่อย่างใด  ภายหลังผู้ต้องหากับพวกไม่จ่ายเงินคืนให้ผู้เสียหาย  ทั้งนี้ ผลตอบแทนที่ผู้ต้องหากับพวก หลอกลวงให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนมีการให้ผลตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินพึงจะจ่ายได้ และเข้าข่ายเป็นการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งในจำนวนผู้เสียหายหลายสิบราย  นั้น บางรายถูกหลอกให้โอนเงินให้ผู้ต้องหากับพวกมากกว่า 30 ล้านบาท  ผู้เสียหายส่วนมากเป็นนักธุรกิจ  ข้าราชการ และยังมีญาติข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ในภาคเหนือถูกหลอกด้วยผู้ต้องหาคดีฉ้อโกงได้เดินทางมาที่ สภ.สันป่าตอง และทางตำรวจได้นำตัวทั้งหมดเดินทางมาที่ สำนักงานอัยการภาค 5 โดย อัยการรับสำนวนเพื่อพิจารณา และมีคำสั่งให้ผู้ต้องหาเซ็นรับทราบข้อกล่าวหาและนัดรายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 14 ธันวาคม 2560 ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวน ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

 

 

CNX NEWS เจาะข่าว ตรงใจคุณ

รายงาน

Comments

comments

ข่าวน่าสนใจอื่นๆ: