Print Friendly, PDF & Email

ท่องเที่ยว FAM TRIP

เชียงใหม่-พิษณุโลก-เลย

โครงการรักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน

โครงการ “รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน” เป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำขึ้นเพื่อสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวโรกาสที่เสด็จ พระราชดำเนินทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม 2549 และได้ทรงมีพระราชเสาวนีย์กับหน่วยงานที่เฝ้ารับเสด็จ โดยทรงมีพระราชประสงค์ที่จะให้พสกนิกรที่อยู่อาศัยบนพื้นที่สูงได้ตระหนักถึงความสำคัญของต้นไม้ น้ำและดิน ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร และให้พสกนิกรเหล่านั้นสามารถดำรงชีพอยู่กับป่าได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

 

โครงการ “รักษ์น้ำเพื่อพระแม่ของแผ่นดิน” ดำเนินการในลักษณะการขยายผลการดำเนินงานของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไปยังชุมชนและหมู่บ้านใกล้เคียงในพื้นที่ลุ่มน้ำ 10 แห่ง ใน 6 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย น่าน อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก เพื่อให้ราษฎรในพื้นที่เป้าหมายมีปัจจัยพื้นฐานที่เพียงพอ มีรายได้จากการประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพภูมิสังคม มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี อยู่กับป่าได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน โดยมีศูนย์บริการและพัฒนาเป็นศูนย์กลางเครือข่ายการเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยีระดับชุมชน เชื่อมโยงกับองค์กร สถาบันและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลดการบุกรุกทำลายป่าและฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำลำธารในพื้นที่เป้าหมาย

ในการศึกษาดูงานในครั้งนี้ได้เดินทางจาก จ.เชียงใหม่ ไป จ.พิษณุโลก และ จ.เลย เมื่อวันที่ 17-19 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ในวันแรกทางคณะได้แวะเยี่ยมชมไร่องุ่นของ นายกองมา อินทรวงษา เกษตรภายใต้โครงการที่มีความตั้งใจแน่วแน่ ในการเป็นแบบอย่างให้เกษตรกรรายอื่นในเรื่องของการปลูกพืชปลอดภัย และพืชเพื่อการท่องเที่ยว โดยทำเป็นระบบครบวงจรมีทั้งการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ทำร้านอาหารเพื่อให้ลูกค้าได้แวะเยี่ยมชมสวนและในอนาคตวางแผนจะทำที่พักด้วยเพราะช่วงไฮซีซัน จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านในจุดนี้เป็นจำนวนมากและไม่มีที่พักเลย ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำการเกษตรเชิงท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว

ในช่วงเย็นทางคณะได้เข้าเยี่ยมชม กลุ่มเกษตรอินทรีย์รักษ์น้ำ ลุ่มน้ำภาค ต.บ่อภาค อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ซึ่งเกษตรกรในกลุ่มนี้ได้บริหารในลักษณะวิสาหกิจชุมชน ซึ่งทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการติดต่อขายผลผลิตให้กับโรงงานโดยตรง ซึ่งจะมีตลาดรองรับมีการขนส่งที่ใช้รถห้องเย็นของวิสาหกิจเอง ซึ่งสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างต่อเนื่อง และจะพัฒนาให้มีที่พักเพิ่มด้วยเช่นกัน และในช่วงค่ำได้รับประทานอาหารร่วมกับชาวบ้านและรับชมการแสดงของน้อง ๆ นักเรียน โรงเรียนบ้านนุชเทียน ที่มาร่วมกิจกรรมโดยเมนูที่รับประทานร่วมกันเป็นอาหารพื้นบ้านซึ่งมีส่วนประกอบของพืชผักสวนครัวที่ชาวบ้านได้ปลูกเองและหาได้ง่ายในป่าของชุมชนและที่ทำคัญคือปลอดสารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์

วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 ทางคณะได้เยี่ยมชม โรงปลูกองุ่น โรงปลูกแตงกวาญี่ปุ่น สวนแก้วมังกร สวนอโวคาโด ของเกษตรกรบ้านหมากแข้ง ซึ่งเป็นพืชผลทางการเกษตรที่สร้างมูลค่าทดแทนการปลูกข้าวโพดในอดีต ทำให้ชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น ทำให้สารเคมีลดลง หลังจากนั้นได้เยี่ยมชมผลิตภัณฑ์จากกลุ่มหัตถกรรมทอผ้าบ้านหมากแข้ง ช่วงเย็นร่วมรับประทานอาหาร เมนูไก่หลามกระบอกไม้ไผ่ เป็นเมนูแนะนำที่แปลกใหม่สำหรับคณะและอาหารพื้นบ้านอีกหลายรายการที่ได้ลิ้มลองพร้อมชาวบ้านและการแสดงจากน้อง ๆ โรงเรียนเย็นศิระบ้านหมากแข้ง ซึ่งให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 ช่วงเช้าใส่บาตรข้าวเหนียวพร้อมกับชาวบ้านบ้านหมากแข้ง ร่วมทำบุญที่วัดป่าเย็นศิระ ร่วมรับประทานอาหารเช้าตามวิถีชุมชนหมากแข้งข้าวห่อใบตอง ก่อนกลับพวกเราได้เยี่ยมชม อุทยานฯ บ้านหมากแข้ง ซึ่งมีเรื่องราวและความเป็นมาที่สำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์ที่คนไทยจักได้น้อมรำลึกถึงวีรกรรมอันหาญกล้า สมความเป็นทหาร ของ”สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร” ซึ่งได้ร่วมสู้รบกับ “ลัทธิคอมมิวนิสต์” ในครั้งนั้นด้วย

ในการลงพื้นที่โครงการรักษ์น้ำในครั้งนี้ ทำให้เห็นวิวัฒนาการของเกษตรกรที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว มีการประยุกต์องค์ความรู้มาใช้ในอาชีพ ซึ่งทำให้เกษตรกรมีอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืน และยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเส้นทางธรรมชาติในอนาคตได้อีกด้วย

ภาพ / ข่าว : รพิรัตน์  สุขแยง รายงาน

CNX NEWS เจาะข่าว ตรงใจคุณ

 

Comments

comments