Print Friendly, PDF & Email

ดีเบท “โอบามา-รอมนีย์” ซัดนโยบายผู้ท้าชิงนำไปสู่เศรษฐกิจถดถอย

ดีเบท โอบามา-รอมนีย์ ซัดนโยบายผู้ท้าชิงนำไปสู่เศรษฐกิจถดถอย

 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐสังกัดพรรคเดโมแครต  และนายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ท้าชิงจากพรรครีพับลิกัน ขึ้นแท่นปราศรัยในเช้าวันนี้ตามเวลาในไทยและจับมือทักทายก่อนโต้วาทีประชันวิสัยทัศน์กันนัดแรกจากทั้งหมด 3 นัดในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ทั้งสองได้ปะทะฝีปากกันอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะด้านนโยบายและแผนเศรษฐกิจ  โดยตลอด 90 นาที ทั้งนายโอบามาและนายรอมนีย์ต่างกล่าวแสดงจุดยืนต่อแผนด้านภาษี การปฏิรูประบบสาธารณสุข และบทบาทของรัฐบาล

ผู้สมัครทั้งสองเชือดเฉือนคารมกันเป็นเวลา 90 นาทีบนเวทีมหาวิทยาลัยเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าอาจเป็นจุดเปลี่ยนในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ 6 พฤศจิกายนนี้โดยอาจทำให้นายโอบามาได้เสียงสนับสนุนนำโด่งขึ้นไปอีก หรือนายรอมนีย์จะได้คะแนนตีตื้นขึ้นมา

ผู้สมัครทั้งสองใช้เวลาแนะนำตัวเองช่วงสั้น ๆ เป็นเวลา 2 นาที โดยนายโอบามา ถือโอกาสแสดงความยินดีกับนางมิเชล ภริยา ในโอกาสครบรอบแต่งงาน 20 ปีในวันเดียวกับวันโต้วาทีครั้งนี้  ส่วนนายรอมนีย์ ก็พยายามผลักดันนโยบายการสร้างงานด้วยแผนการช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก   นายจิม เลห์เรอร์ พิธีกรรุ่นใหญ่ของพีบีเอสนิวส์อาวร์เป็นผู้ดำเนินรายการโดยแบ่งเป็นช่วง ๆ ละ 15 นาที เพื่อประชันวิสัยทัศน์กันด้านนโยบายในประเทศและเศรษฐกิจ

โดยรอมนีย์ พยายามโจมตีเข้าที่จุดอ่อนของโอบามา ซึ่งก็คือ เรื่องนโยบายเศรษฐกิจ ที่รอมนีย์บอกว่า ทำให้คนอเมริกันชนชั้นกลาง ต้องตกระกำลำบาก รายได้หดหาย ผู้คนตกงาน พร้อมกับให้คำมั่นว่า ถ้าได้เป็นผู้นำสหรัฐ เขาจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ และทำให้ประชาชนกลับมามีงานทำ ขณะที่โอบามาโต้กลับเรื่องนโยบายเศรษฐกิจของรอมนีย์ว่าเอื้อคนรวย

นายรอมนีย์ กล่าวโต้นายโอบามาว่า เขามีมุมมองที่ไม่แตกต่างจากเมื่อสี่ปีก่อนสมัยที่รับตำแหน่งใหม่ๆ ทั้งการใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองขึ้น เก็บภาษีมากขึ้น มีกฎระเบียบมากขึ้น เพราะถ้าหากเขาจะทำอีก อาจเรียกรัฐบาลชุดนี้ได้ว่ารัฐบาลรั่วซึม ซึ่งไม่ใช่คำตอบที่ดีสำหรับอเมริกา นายรอมนีย์ยังให้คำมั่นที่จะไม่ลดภาษีสำหรับชาวอเมริกันที่มีฐานะดี และกล่าวว่านายโอบามานำเสนอแผนด้านภาษีแบบผิดๆในระหว่างการเดินทางออกหาเสียง

นอกจากนั้น นายรอมนีย์ยังโจมตีนายโอบามาที่ไม่ลดการขาดดุลงบประมาณลงเหลือครึ่งหนึ่งตามที่เคยสัญญาไว้เมื่อปี 2008 และยืนยันว่า สหรัฐฯจะต้องไม่ยอมตกอยู่ในสภาพเช่นเดียวกับกรีซและสเปน เขากล่าวว่า เพื่อเป็นการลดการขาดดุลงบประมาณ เขาจะยกเลิกกฎหมายด้านสาธารณสุขของนายโอบามาเมื่อปี 2010 และลดเงินอุดหนุนแก่สถานีโทรทัศน์สาธารณะ และรายการที่ไม่มีประโยชน์

ด้านนายโอบามา กล่าวโต้การโจมตีของนายรอมนีย์ที่อ้างถึงการลดการขาดดุลว่าไม่มีความสมดุล และว่านโยบายของนายรอมนีย์จะนำไปสู่เศรษฐกิจถดถอย ที่เป็นมรดกตกทอดมาตั้งแต่สมัยจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีของรีพับลีกัน และรอมนีย์จะทำให้นโยบายในยุคบุชหวนกลับมาอีก และนำไปสู่วิกฤติการเงินและเกื้อหนุนคนรวย ทำร้ายคนจนและชนชั้นกลาง ขณะที่ทั้งนายโอบามา และนายเลห์เรอร์ ดูเหมือนจะกดดันรอมนีย์ เกี่ยวกับเรื่องที่หลุดความเห็นเกี่ยวกับคนอเมริกัน ในเทปลับอื้อฉาว ที่เขาบอกว่า คนอเมริกัน 47 เปอร์เซ็นต์ คิดว่าพวกเขาเป็นผู้เคราะห์ร้าย ที่ต้องพึ่งพารัฐบาลและไม่ยอมรับผิดชอบชีวิตตนเอง

ผลสุ่มสำรวจความคิดเห็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐของวอลสตรีทเจอร์นัล/เอ็นบีซี นิวส์ ปรากฏว่า ประธานาธิบดีบารัค โอบามา มีคะแนนนำ นายมิตต์ รอมนีย์ คู่แข่งจากพรรครีพับลิกันราวร้อยละ 49-46 โดยเฉลี่ยพบว่ามีคะแนนนำอยู่ราว 3.5 จุดในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

โพลเนชันแนล พับลิกเรดิโอ ระบุว่า ประธานาธิบดีโอบามา มีคะแนนนำที่ร้อยละ 51-44 ในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ และอยู่ที่ร้อยละ 50-44 ในกลุ่มรัฐซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการช่วงชิงคะแนนเสียงกันอย่างหนัก (แบทเทิลกราวด์สเตท)  ขณะที่โพลของวอชิงตันโพสต์-เอบีซีนิวส์ให้นายโอบามา เหนือกว่าด้วยร้อยละ 52-41 ในกลุ่มรัฐที่ไม่ใช่ฐานเสียงของพรรคใดพรรคหนึ่งหรือที่เรียกว่าสวิงสเตท

โดยเมื่อการโต้วิสัยทัศน์นาน 90 นาทีสิ้นสุดลง ผลโพลระบุว่า รอมนีย์ ยังคงมีคะแนนตามหลังโอบามา คาดกันว่าการดีเบตครั้งนี้ มีผู้ชมทั่วสหรัฐมากถึง 60 ล้านคน

 

สำนักข่าว
Cnxnews เจาะข่าว ตรงใจคุณ รายงาน

Comments

comments

ข่าวน่าสนใจอื่นๆ: