Print Friendly, PDF & Email

DSC_7490

คุก!! ไม่รอลงอาญา 2 ปี ยืนตามศาลชั้นต้น คดีนศ.สาวเมาแล้วขับชนนักปั่นดับ 3 ศพ

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 60 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2952/2558 หมายเลขแดงที่ 1895/2559 ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นางสาวก้องกานต์ ย่องลั่น โจทก์ร่วมที่ 1 นางสาวนินนท์ ย่องลั่น โจทก์ร่วมที่ 2 นางปราณี กันธา โจทก์ร่วมที่ 3 นายแก้ว คำแก้ว โจทก์ร่วมที่ 4 นางแก้ว คำแก้ว โจทก์ร่วมที่ 5 ว่าที่ร้อยตรีสุพล ตาสิงห์ โจทก์ร่วมที่ 6 กับ นางสาวภัทร์ชุดา จายเรือน จำเลย

โดยศาลชั้นต้นได้พิพากษาคดีนี้ไปเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 ตัดสินจำคุก 4 ปี แต่จำเลย นางสาวภัทร์ชุดา จายเรือน รับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา พร้อมเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ โดยหลังจากที่ได้มีการฟังคำตัดสิน ทางทนายจำเลยได้มีการยื่นขอประกันตัว ส่วนการจ่ายค่าชดเชยทางศาลได้มีการตัดสินในส่วนของกรณีของ น.ส.ก้องกานต์ ย่องลั่น พร้อมด้วย น.ส.นินนท์  ย่องลั่น ลูกสาว ของนายชัยรัตน์ ย่องลั่น ซึ่งได้เสียชีวิตศาลได้มีการยกฟ้องในคดีแพ่ง ส่วนกรณีของ นางปราณี กันทา ซึ่งได้สูญเสียสามีไปจากเหตุการณ์ดังกล่าว ศาลได้ตัดสินให้จำเลย ชำระเงินชดเชยเงินเป็นจำนวน 1.7 ล้านบาท และในส่วนของนายแก้ว คำแก้ว และนางแก้ว คำแก้ว ซึ่งได้สูญเสียลูกชายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ศาลได้ตัดสินให้จำเลยชดเชยเงินเป็นจำนวน 4.35 แสนบาท  และในส่วนของคู่กรณีได้มีการติดต่อเพื่อช่วยเหลือค่าทำศพรายละ 1 แสนบาท นอกจากนี้ยังมีเงินจากบริษัทประกันภัย รวมทั้งสิ้น รายละ 1.2 ล้านบาท รวมแล้ว เป็น 1.3 ล้านบาทสำหรับโจทย์ร่วมในคดีนี้จะให้ทางทนายยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไปนั้น

และในวันนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คงจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญาพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี เห็นว่า แม้จำเลยเป็นหญิงและยังเป็นนักศึกษาและติดตามค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยผู้รับประกันภัยให้ญาติผู้ตายทั้ง 3 แล้วจำเลยมีส่วนได้รับบาดเจ็บและยังพยายามขอขมาและได้วางเงินชำระค่าเสียหายอีกส่วนหนึ่งอันเป็นการบรรเทาความเสียหายก็ตาม แต่ญาติผู้ตายทั้ง 3 ยังติดใจทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาและเหตุการณ์ที่จำเลยเมาสุราขับรถยนต์เป็นเหตุให้มีผู้อื่นเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากอันเป็นสภาพและการกระทำที่มุ่งถึงประโยชน์สุขส่วนตน ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนเสียหายโดยเฉพาะบุคคลอื่นมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องและเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น อันเป็นการปกป้องสังคมและประชาชนผู้มีสิทธิใช้รถใช้ถนนสาธารณะร่วมกัน จึงไม่สมควรรอการลงโทษ และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลย กับให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,722,091.50 บาท นับแต่วันพิพากษา (วันที่ 31 พฤษภาคม 2559) แก่โจทก์ร่วมที่ 3 และให้จำเลยชำระเงินจำนวน 435,433 บาท นับแต่วันพิพากษา (วันที่ 31 พฤษภาคม 2559) แก่โจทก์ร่วมที่ 4 ที่ 5 ยกคำร้องโจทก์ร่วมที่ 1 ที่ 2

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 2,334,091.50 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 3 และชำระเงินจำนวน 1,185,433.00 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 4 ที่ 5 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนแพ่งทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ในการพิพากษาครั้งนี้ ทางจำเลยได้เข้ารับฟังการตัดสินพร้อมทนายและญาติ ทางทนายจำเลยให้ได้สัมภาษณ์แก่สำนักข่าว CNX NEWS แต่เพียงสั้น ๆ ว่า ในการตัดสินครั้งนี้ ผู้ต้องหาต้องรอทางศาลพิจารณาภายใน 1-2 ว่าจะเห็นควรให้มีการประกันตัวหรือไม่ ต้องแล้วแต่ดุลพินิจของศาลต่อไป

DSC_7492

CNX NEWS เจาะข่าว ตรงใจคุณ

รายงาน

Comments

comments

ข่าวน่าสนใจอื่นๆ: