Print Friendly, PDF & Email

คลังเชียงใหม่ เผยความคืบหน้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หลัง ครม. ให้เพิ่มวงเงินในบัตร และเห็นชอบให้เติมเงินรายเดือนของผู้มีสิทธิที่ได้ลงทะเบียนพัฒนาตนเอง 4 เดือน (ก.ย. – ธ.ค.61) เพื่อเพิ่มทางเลือกการชำระค่าสินค้าหรือบริการ และยังสามารถสมทบเงินไปใช้ในเดือนถัดไปได้อีกด้วย

นายอนุชา สุขสงวน คลังจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงความคืบหน้า หลังจากที่กรมบัญชีกลางได้ดำเนินการตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติมีการเพิ่มวงเงินให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่แสดงความประสงค์จะพัฒนาตนเอง โดยจะได้รับวงเงินเพิ่มสำหรับการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อการเกษตรกรรม จากร้านธงฟ้าประชารัฐ ดังนี้ 1) ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ได้รับวงเงินเพิ่ม 200 บาท/คน/เดือน 2) ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ได้รับวงเงินเพิ่ม 100 บาท/คน/เดือน ทั้งนี้ การเพิ่มวงเงินดังกล่าว ดำเนินการมาแล้ว 6 เดือน (ตั้งแต่เดือน มี.ค.– ส.ค. 61) ซึ่งสามารถลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้กับผู้มีสิทธิได้ระดับหนึ่ง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้มีการปรับเปลี่ยนการเพิ่มวงเงิน ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 200/100 บาท ของผู้เข้าร่วมพัฒนาตนเอง เปลี่ยนเป็นการเติมเงินรายเดือนเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้มีสิทธิแทน ตั้งแต่เดือน ก.ย. – ธ.ค. 61 เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกและกำลังซื้อให้ผู้มีสิทธิ โดยสามารถนำเงินจำนวนดังกล่าวไปใช้จ่ายได้ตามความต้องการ เช่น ยารักษาโรค อาหาร รวมทั้งสามารถใช้เงินที่เติมลงบัตร เพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการกับหน่วยงานหรือร้านค้าที่วางเครื่อง EDC ของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือร้านค้าที่รับชำระเงินผ่าน Mobile Application “ถุงเงินประชารัฐ” สามารถสมทบเงินไปใช้ในเดือนถัดไปได้ เช่น ได้รับเงินเดือนละ 200 บาท หากไม่ถอนเงินถึงเดือน ธ.ค. 61 (ตั้งแต่เดือน ก.ย. – ธ.ค. 61) ก็จะมียอดเงินอยู่ในบัตร จำนวน 800 บาท เป็นต้น (เงินเข้าวันที่ 3 ของเดือน)

นอกจากนี้ กรมบัญชีกลางได้จ่ายเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ที่ได้รับสิทธิในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 ตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนผู้สูงอายุได้พิจารณาอนุมัติอัตราการจ่าย และมีระยะเวลาการจ่ายตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2561 – มีนาคม 2562 โดยผู้มีสิทธิที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับเงินสงเคราะห์ ดังนี้ 1) ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ได้รับเงินสงเคราะห์ฯ เดือนละ 100 บาท 2) ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ได้รับเงินสงเคราะห์ฯ เดือนละ 50 บาท ซึ่งกรมบัญชีกลางจะโอนเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้มีสิทธิ ทุกวันที่ 15 ของเดือน สำหรับ งวดแรกจ่ายเงินลงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในวันที่ 15 สิงหาคม 2561 จะได้รับเงิน ดังนี้ 1) ผู้มีสิทธิที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2561 เป็นต้นไป จะได้รับเงินตามสิทธิ (50/100 บาท) 2 เดือน (ก.ค.– ส.ค. 61) 2) ผู้มีสิทธิที่มีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป จะได้รับเงินตามสิทธิ (50/100 บาท) 1 เดือน (ส.ค. 61) ทั้งนี้ ควรเก็บรักษารหัสกดเงินสดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านตู้ ATM ไว้เป็นอย่างดี หากลืมรหัสผ่าน หรือมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขา

Comments

comments

ข่าวน่าสนใจอื่นๆ: