Print Friendly, PDF & Email

 

สกู๊ปพิเศษ CNX NEWS

 

ของดีมีอยู่ในเมืองไทย -อาจารย์ ม.เกษตรค้นพบพืชชนิดใหม่ของโลก

 

                ท่านผู้อ่านครับ   มีรายงานเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรชัย เงินแสงสรวย อาจารย์ประจำภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ค้นพบ พืชชนิดใหม่ของโลก ครับ

รายงานแจ้งว่า พืชดังกล่าว เป็นไม้พุ่มสูง 1-2 ม. ลักษณะสำคัญ คือ กิ่งเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก เป็นสี่เหลี่ยม เปลือกเรียบ เมื่ออ่อน สีเขียว เมื่อแก่สีน้ำตาลเข้ม มักมีช่องอากาศ เปลือกชั้นในสีเหลืองอ่อน ส่วนต่าง ๆ มียางสีขาว แล้วเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อน ตายอดอยู่ในซอกก้านใบที่ปลายกิ่งใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปใบหอกแกมรูปไข่ รูปไข่ หรือรูปรี ปลายเรียวแหลมหรือแหลม แข็ง โคนเว้ากึ่งรูปหัวใจ ขอบเรียบและเป็นคลื่นเล็กน้อย หนา แผ่นใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ช่วงปลายพับหากันรูปคล้ายอักษรวี มักบิดและโค้งลง ด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีเขียวอ่อน เกลี้ยงทั้ง 2 ด้าน เส้นกลางใบเป็นร่องตื้นทางด้านบน เป็นสันนูนทางด้านล่าง เส้นแขนงใบข้างละ 12-20 เส้น ปลายโค้งจดกับเส้นถัดไปใกล้ขอบใบเป็นเส้นขอบใน เส้นใบย่อยแร่างแห เห็นชัดทั้ง 2 ด้าน ก้านใบยาว 0.2-1 ซม. มีรอยย่นตามขวาง ใบอ่อนสีแดง มีรสเปรี้ยวดอกแยกเพศต่างต้น ช่อดอกแบบช่อกระจุกสั้น ออกตามซอกใบที่ปลายกิ่งหรือตามซอกใบที่ใบร่วงแล้ว ดอกตูมมีกลีบเลี้ยงสีชมพูหรือสีชมพูอมเหลืองอ่อน ดอกบานสีเหลืองอ่อนหรือสีนวล เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.8-1 ซม. ก้านดอกสั้น ใบประดับรูปสามเหลี่ยมแคบหรือรูปสามเหลี่ยม กว้าง 1.5-2.5 มม. ยาว 0.2-1 ซม. ค่อนข้างหนา กลีบเลี้ยงและกลีบดอกอย่างละ 4 กลีบ เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ค่อนข้างหนา กลีบเลี้ยงรูปไข่กลับหรือรูปรี กว้าง 2.5-3.5 มม. ยาว 3-6 มม. เป็นแอ่ง กลีบดอกรูปไข่กลับกว้าง กว้าง 3.5-7 มม. ยาว 5.5-8.5 มม. ปลายมนกลม โค้งออกทางด้านนอก ดอกเพศผู้มีเกสรเพศผู้จำนวนมาก เชื่อมติดกันเป็น 4 กลุ่ม (รวมกันเป็นกลุ่มเค้าโครงรูปสี่เหลี่ยม) ก้านชูอับเรณูสั้น โคนเชื่อมติดกัน ปลายแยก อับเรณูสั้น มี 2 พู ไม่มีเพศเมียเป็นหมัน ดอกเพศเมียมีเกสรเพศผู้เป็นหมันเชื่อมติดกันเป็น 4 กลุ่ม รังไข่อยู่เหนือวงกลีบ รูปทรงกลมแป้น เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.3 มม. ยาว 1.5-2 มม. มี 4-6 พู มี 4-6 ช่อง แต่ละช่องมีออวุล 1 เม็ด ก้านยอดเกสรเพศเมียสั้นและหนา ยอดเกสรเพศเมียรูปครึ่งทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5-3.5 มม. ยาว 1.5-2 มม. มีปุ่มเล็ก

ผล  มีเนื้อหนึ่งถึงหลายเมล็ด รูปทรงกลมแป้น เส้นผ่านศูนย์กลาง 1-2 ซม. ยาว 5-7 มม. มี 4-6 พู เห็นชัด ผลดิบสีเขียว มีจุดสีขาว สุกสีแดง เกลี้ยง เป็นมัน มีกลีบเลี้ยงติดทน ยอดเกสรเพศเมียติดทน แบน รูปวงกลม เป็นแฉกตามรัศมีหรือไม่เป็นแฉก เมล็ด 4-6 เมล็ด เปลือกเมล็ดมีเยื่อหุ้ม อาจมีเมล็ดฝ่อ

              ได้มีการตั้งชื่อ พืชชนิดใหม่ว่า  “ช้างงาเอก” และค้นพบอีกว่า”ช้างงาเอก” กระจายพันธุ์ในประเทศทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดนครพนม พบตามป่าดิบแล้งและชายป่าดิบแล้ง ที่สูงจากระดับทะเล 150-220 ม. ออกดอกเดือนธันวาคมถึงกรกฎาคม เป็นผลเดือนธันวาคมถึงเมษายน มักเป็นผลเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน

               ทางด้านต่างประเทศคาดว่าอาจพบพืชดังกล่าวในป่า ที่ประเทศลาว แต่ไม่มีรายงานการค้นพบจากนักวิทยาศาสตร์ลาว การค้นพบครั้งนี้ ประเทศไทยได้เครดิตว่าเป็นผลงานระดับโลก ซึ่งขั้นตอนต่อไปจะมีการนำเสนอเพื่อขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการต่อไป

          อนึ่ง “ช้างงาเอก” มีกลุ่มประชากร ขนาดเล็ก ในอดีตจนปัจจุบันเมื่อยังไม่มีการค้นพบเป็นทางการ ชาวบ้านใช้รากเป็นพืชสมุนไพร นำไปดองเหล้า มีความเชื่อว่าเป็นยาบำรุงกำลัง จึงเป็นสาเหตุทำให้จำนวนประชากรพืชดังกล่าวลดลง จึงจัดอยู่ในสถานภาพพืชมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก..กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

อรุณ ช้างขวัญยืน/เรียบเรียงและรายงาน

 

Comments

comments

ข่าวน่าสนใจอื่นๆ: