Print Friendly

 ขนส่งแจง..ไม่เพิ่มภาษีรถเก่าแน่

 อย่าเชื่อข่าวลือ-ยังคงใช้อัตราเดิม

scoop21

ท่านผู้อ่านครับ เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2560 ปรากฏข่าวในโลกออนไลน์ข่าวหนึ่ง ระบุว่า จะมีการขึ้นภาษีรถยนต์เก่าที่มีอายุใช้งานเกิน 7 ปี มีการแชร์ข่าวนี้ออกไปอย่างกว้างขวางและสังคมก็วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน แถมยังหาเรื่องด่ารัฐบาลเอาด้วยว่ารังแกประชาชน วันนี้ เราไปติดตามและมีคำตอบแล้วครับ

        เพื่อให้ข่าวมีความเชื่อมโยงกัน ผมจึงต้องหาที่มาที่ไปของข่าวนี้ก่อน และผมได้ไปค้นพบข้อมูลเก่าเมื่อปี 2529 พบว่า เรื่องนี้มีที่มาดังนี้ครับ

เริ่มที่ นายศิริรุจ จุลกะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยเมื่อต้นปี 2559 ว่า ส่วนตัวอยากเสนอให้รัฐบาลมีการปรับปรุงอัตราภาษีป้ายรถยนต์ที่มีอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้น โดยคำนวณจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นมลพิษทางอากาศ หากรถที่มีการปล่อยมลพิษมากก็ควรเสียภาษีมากกว่ารถที่ปล่อยมลพิษน้อย หากเกินกว่าค่ามาตรฐานกำหนดก็ควรปลดระวางรถเก่าออกจากตลาดทั้งนี้ เพื่อช่วยกระตุ้นความต้องการรถยนต์ใหม่ ส่งเสริมยอดผลิตและยอดขายรถยนต์ในประเทศให้ขยายตัว เนื่องจากมองว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมรถยนต์ปรับตัวดีขึ้น จากล่าสุดที่เริ่มเห็นสัญญาณตลาดรถยนต์ในประเทศฟื้นนอกจากนี้ ยังจะมีส่วนช่วยกระตุ้นดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) และอัตราการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นตามไปด้วย .

         อันนี้เป็นข่าวเก่าครับ และมันเงียบไปตลอดปี 2559 แต่เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ปี 2560 นี้ก็มีข่าวแชร์กันออกไปในสังคมออนไลน์อีก ว่า กรมการขนส่งทางบกเตรียมจะเก็บภาษีรถยนต์เก่าอายุเกิน 7ปีในอัตราใหม่เลยเกิดแตกตื่นวิพากษ์วิจารณ์กันมากมายเป็นไฟลามทุ่ง จนล่าสุดมีการแถลงออกมาจากกรมการขนส่งทางบกแล้ว ว่า

ตามที่มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราภาษีรถประจำปี สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี นั้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเพียงข้อเสนอส่วนบุคคล ที่เผยแพร่เมื่อปี 2559 ไม่ใช่นโยบายหรือมาตรการที่มีผลในทางปฏิบัติ จากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ซึ่งกรมการขนส่งทางบกได้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงไปยัง สศอ.แล้ว พร้อมยืนยันยังคงจัดเก็บภาษีรถประจำปีในอัตราคงเดิม ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย และไม่มีแนวคิดที่จะปรับอัตราการจัดเก็บภาษีประจำปีรถยนต์ ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี หรือรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี แต่อย่างใด

สำหรับอัตราภาษีเดิม หากเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน จะเรียกเก็บตามขนาดความจุกระบอกสูบของรถยนต์ ส่วนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน (รย.2) และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รย.3 หรือ รถปิกอัพ) จะคิดอัตราภาษีรถตามน้ำหนักรถ

กรมการขนส่งทางบกแถลงเพิ่มเติมว่า ประเด็นอัตราภาษีรถประจำปีเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก การดำเนินการใดๆ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ รอบด้าน ประกอบกับเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพลังงาน ฯลฯ ซึ่งต้องศึกษารายละเอียดผลกระทบทุกด้านเช่นกัน

                     ดังนั้น  เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารถทุกคันที่ใช้งานบนท้องถนน มีความมั่นคงแข็งแรงปลอดภัย และไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายของรัฐบาล กรมการขนส่งทางบกจึงมีมาตรการเพื่อเพิ่มความปลอดภัย และมาตรฐานการตรวจสภาพรถ สำหรับรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 7 ปี และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปี ต้องเข้ารับการตรวจสภาพรถก่อนชำระภาษีรถประจำปี โดยได้ดำเนินการยกระดับมาตรฐานสถานตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ มีการรายงานผลตรวจสภาพรถ ผ่านระบบสารสนเทศแบบออนไลน์ (ตรอ. Online) เพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุม กำกับ การทำงานของสถานตรวจสภาพรถ ภายใต้การกำกับดูแลโดยกรมการขนส่งทางบก และสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ

สรุปว่าไม่มีการขึ้นภาษีนะครับ ใจเย็นไว้โยม

 

 

 

ขอขอบคุณ กรมการขนส่งทางบก

อรุณ ช้างขวัญยืน เรียบเรียง/รายงาน

CNX NEWS เจาะข่าว  ตรงใจคุณ

Comments

comments

ข่าวน่าสนใจอื่นๆ: